มือใหม่หัดเขียน ต้องรู้อะไรบ้าง

เป็นอีกหนึ่งวงการที่คลื่นลูกใหม่ตบเท้าเข้ามาสะบัดปลายปากกากันอย่างล้นหลาม แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเขียนมาก่อน ก็อาจเจอหลายปัญหาที่ทำให้งานเขียนของเราต้องหยุดชะงัก ซึ่งทาง 108 novel มีคำแนะนำที่มือใหม่หัดเขียนควรรู้จาก “พี่มิว ณัฐวุฒิ” ที่มีผลงานหลากหลายแนวไม่ว่าจะแนวแฟนตาซีอย่างเรื่อง “SSS สงครามวัตถุวิญญาณ” ที่เป็นเรื่องแจ้งเกิด หรือในปัจจุบันที่มีแนวระทึกขวัญอย่างเรื่อง “ปอบ ผีมหานคร” และ “แดนเดรัจฉาน” ภายใต้นามปากกา “ธุวัฒธรรพ์” ที่จะมาช่วยสร้างความมั่นใจให้งานเขียนของเรามีความราบรื่นไม่มีสะดุด ส่วนพี่มิวจะมาแนะนำตรงจุดไหนบ้างกันต้องตามไปดูกันเลยจ้า

 

 อยากเริ่มเขียนนิยาย สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร

สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ‘เขียน’ ครับ เพราะถ้าเรามีความอยากเขียน นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเขียนนิยาย คุณจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างมีแรงขับเคลื่อนและสนุกกับมัน ดีกว่าเขียนทั้งที่ไม่อยาก ทำไปเพราะเป็นหน้าที่ ถ้าคิดแบบนั้นเมื่อไหร่ ความสนุกก็จะไม่มี แล้วนิยายจะออกมาสนุกได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเริ่มเขียน ก็เขียนเลย ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนที่อยากเขียนนิยาย ส่วนหนึ่งคือมีพื้นฐานมาจากการอ่านอยู่แล้ว อย่างน้อยก็พอรู้รูปแบบของนิยายว่ามีลักษณะการนำเสนอประมาณไหน ก็เขียนไปตามความคุ้นชิน โดยปรับให้เป็นแนวทางของตัวเอง โดยไม่ต้องไปจำกัดกรอบหรือขนบอะไรมากนัก ขอเพียงเริ่มต้นให้ได้เสียก่อน ขั้นตอนอื่นจะตามมาเอง

 

ก่อนเริ่มเขียนนิยายควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ผมมีเช็คลิสต์ 5 ข้อก่อนเริ่มเขียนนิยายครับ

ข้อแรก เช็คความต้องการของตนเองเสียก่อนว่าชอบหรือถนัดอะไร อยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร โดยพื้นฐานในการเลือกเขียน คือเขียนในสิ่งที่เรา ‘รู้’ เสียก่อน คุณจะสามารถนำเสนอเรื่องราวได้อย่างมีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อถือ ทำให้นิยายมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

ข้อที่สอง เช็คจุดหมายปลายทางของเรื่องราวที่เขียน ว่าเมื่อเขียนจบ จะมีโอกาสส่งผลงานนั้นไปที่ใด เพื่อให้ออกมาเป็นรูปธรรมให้ผู้อื่นเสพได้บ้าง เช่น หากไม่คำนึงถึงรายได้ ก็อาจลงเว็บไซต์ให้คนอ่านฟรี หรือหากอยากทำเป็นอาชีพ ก็ส่งสำนักพิมพ์ หรือทำมือ (แต่ต้องมั่นใจว่านิยายของเราเป็นที่นิยมเพียงพอต่อการลงทุนนะ) ขายเป็น e-book บนเว็บไซต์ หรือส่งประกวดเวทีต่าง ๆ เมื่อกำหนดจุดหมายปลายทางได้แล้ว จะทำให้เราวางแผนในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 ข้อสาม เช็คสกิล หรือทักษะของตนเอง ว่าเหมาะจะเขียนนิยายประเภทใด โดยเน้นหนักไปที่ความรู้ทางด้านภาษา ซึ่งนิยายแต่ละประเภทแต่ละแนว จะมีระดับในการใช้ภาษาแตกต่างกัน เช่น นิยายรักวัยรุ่นอาจใช้ภาษาไม่เป็นทางการนัก มีภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน หรือนิยายแนวพีเรียด ก็จะต้องมีคลังศัพท์โดยเฉพาะคำโบราณอยู่พอสมควร เมื่อรู้สกิลตนเอง จะสามารถเลือกแนวนิยายที่เขียนเพื่อความเหมาะสมได้

ข้อสี่ เช็คความพร้อมในทุกด้าน ว่าเรามีเวลาว่างมากพอจะเขียนไหม เพราะหากบางคนทำงานประจำ แค่เวลางานก็เกินครึ่งหนึ่งของวันแล้ว หากต้องมาเขียนนิยายอีก ก็จะเบียดบังเวลาพักผ่อนทำให้เสียสุขภาพ บางคนอาจอยู่ในวัยหนุ่มสาวก็อาจคิดว่าไม่เป็นไร แต่ลองเข้าสู่วัยใกล้สี่สิบอย่างผม การอดนอนเป็นเรื่องที่ทรมานมากนะ ถ้ายังไม่พร้อมก็อาจจะเขียนพลอตหรือทำทรีตเมนต์เอาไว้คร่าวๆ ก่อนแล้ว ค่อยลงมือเมื่อมีเวลา มีโอกาส มีสุขภาพที่ดีก่อนครับ

ข้อสุดท้าย เช็คความ ‘ว้าว’ ของนิยาย แน่นอนว่านิยายบนพื้นปฐพีนี้มีมากมายนับแสนนับล้านเรื่อง เราจำเป็นต้องหาสิ่งซึ่งเป็นจุดเด่นของนิยาย ที่ทำให้คนอ่านรู้สึกว้าวได้ ไม่ว่าจะเป็นพลอต ปมของเรื่อง ภาษาที่ล้ำลึก การหักมุมที่น็อคคนอ่านได้ หรืออื่นๆ อีกนานัปการ ซึ่งความว้าวนี้แหละที่จะทำให้คนอ่านประทับใจในนิยายของเรา และสถาปนาตนเป็นแฟนคลับติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปของเราได้

 

 

ถ้ามีไฟอยากเขียน เราเริ่มเขียนไปก่อนเลยได้มั้ย แล้วตอนจบค่อยว่ากัน

บางคนกลัวไปก่อนว่าการเขียนที่ไม่วางพล็อตไว้ทั้งหมด จะทำให้เกิดอาการ ‘ตัน’ เมื่อเขียนไปได้สักพัก ซึ่งต้องย้อนกลับไปที่คำถามข้อแรก ผมได้ตอบไปแล้วว่า หากเรารู้สึกอยากเขียนให้เริ่มเขียนเลย มีผลวิจัยของต่างชาติ เชื่อว่าความรู้สึกแรกนั้นถูกต้องและดีที่สุดเสมอ (อ่านได้จากหนังสือชื่อ Blink มหัศจรรย์ความคิดชั่วพริบตา) เพราะถ้าเราไม่รีบลงมือทำ เราอาจลืมความรู้สึก ลืมไอเดีย ลืมสิ่งที่อยากนำเสนอไป เมื่อต้องมาลงมือเขียนจริงๆ ภายหลังจากนั้นเป็นเวลานาน

ส่วนเมื่อเขียนแล้ว หากไม่ดี ก็สามารถปรับปรุงได้ ภาษานักเขียนใช้คำว่า ‘รีไรต์’ ซึ่งต่อให้เป็นนักเขียนอาชีพ มีผลงานมาแล้วนับสิบนับร้อยเล่ม ก็ต้องพบเจอกระบวนการรีไรต์นี้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องผิดเลย หากเราจะเขียนไปก่อน แล้วปรับปรุงในภายหลัง

 

มีวิธีหาสไตล์การเขียนของตัวเองอย่างไร กลัวเขียนแล้วสไตล์ซ้ำคนอื่น หรือซ้ำกับแนวหนังสือที่อ่าน ทำยังไงให้สำนวนไม่ปนกัน

ไม่ต้องกลัวสไตล์ สำนวน หรือแนวนิยายที่เขียนจะไปซ้ำกับคนอื่น เพราะมัน ‘ซ้ำ แน่ นอน!!!’

คุณคิดดูนะ แต่ละเว็บไซต์ที่ให้ลงนิยาย มีนักเขียนหลายแสนไอดี (หนึ่งคนอาจจะมีมากกว่าหนึ่งไอดี แต่เฉลี่ยแล้วอย่างไรก็มีเกินหนึ่งแสนคนแน่นอน) เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่มีทางซ้ำกับคนอื่น อย่างน้อยต้องมีสักคนสองคน ที่มีไอเดียเหมือนกับเรา มีวิธีเขียน มีสำนวนคล้ายกับเรา (เพราะสำนวนอาจเกิดจากการอ่าน จดจำ และนำมาปรับใช้ ซึ่งหากอ่านเรื่องเดียวกัน ชอบนักเขียนคนเดียวกัน ก็ย่อมมีแนวทางคล้ายๆ กัน)

ดังนั้นแล้ว เมื่ออย่างไรมันก็ซ้ำ ก็เลิกกังวลประเด็นนี้ไปเถอะครับ ขอแค่เรามั่นใจว่าเราไม่ได้ ‘ลอก’ ผลงานของใครมา ต่อให้จะคล้ายกันอย่างไร นักอ่านก็ดูออกว่าคุณเขียนเองหรือลอกเขามา

ส่วนวิธีการหาสไตล์ของตัวเอง ก็ต้องดูว่าเราชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วชูจุดแข็งของตัวเองให้โดดเด่นออกมาให้ได้มากที่สุด เช่น ผมเป็นนักเขียนสำนวนภาษาไม่ดี คลังคำน้อย ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อน แต่รู้ตัวว่ามีไอเดียแปลกๆ ในการนำเสนอนิยาย ก็ชูจุดเด่นตรงนี้ให้มากพอจะสร้างความสนใจให้สำนัพิมพ์ได้ จึงสามารถกลบจุดด้อยของตัวเองได้ในที่สุด

(แต่ใช่ว่าจะละเลยจุดด้อยนั้นนะ ถ้ารู้แล้ว ก็สามารถปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้นซะ ถ้าทำได้ เราก็จะไร้เทียมทาน!)

 

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้เขียนนิยายจบเรื่อง หรือไม่ดอง!

เป้าหมายของผมคือความสุขในการเขียนอย่างเดียวเลย และจะสุขที่สุด หากคนอ่านได้อ่านนิยายของผมจนจบเรื่อง และมีการตอบสนอง เป็นคอมเมนต์ติชม หรือพูดคุยกันหลังอ่านจบ ดังนั้น เมื่อผมมีเป้าหมายเช่นนี้ สิ่งที่จะเติมเต็มได้ ก็คือต้องเขียนนิยายให้จบเรื่องเท่านั้น

แต่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องที่ดองเลย เพราะบางเรื่องไม่ใช่งานออเดอร์ของสำนักพิมพ์ เป็นเรื่องที่คิดพลอตขึ้นมาได้และอยากเขียน ก็ลงมือเขียนไปเมื่อมีความอยากนั้น แต่เมื่อถูกงานอื่นที่มีความแน่นอนว่าจะได้ตีพิมพ์เป็นเล่มเข้ามาแทรก ก็จำต้องพักงานชิ้นนั้นไป จนกลายเป็นการดอง ซึ่งเมื่อว่าง ก็ค่อยกลับมาเขียนต่อ เพราะอย่างน้อยเราได้เริ่มปูทางเอาไว้แล้ว การเขียนต่อให้จบในภายหลังจึงไม่ใช่เรื่องยากครับ

 

ได้เคล็ดวิชาจากพี่มิวไปขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ลงมือเขียนก็กระไรอยู่ เพราะงั้นนักเขียนมือใหม่ทั้งหลายที่ยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ ก็ขอให้เลิกกังวลว่าเขียนไปแล้วจะเจอปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งยังไงมันต้องเจอกันแน่นอน (ให้กำลังใจกันมากเลย) แต่ 108 novel เชื่อว่าทุกคนต้องผ่านไปได้ และเติบโตเป็นนักเขียนที่ดีในอนาคตแน่นอน

 

 

 

 

2020-01-24 17:07:58
* Top นิยายคิดจากผู้ชมรายสัปดาห์
เลือกหมวด:
เลือกรอบเวลา:
เลือกการเรียง:
1
มัดหัวใจนายซุปตาร์ ...You are my forever LOVE
มัดหัวใจนายซุปตาร์ ...You are my forever LOVE
1
112/112
0
  มัดหัวใจนายซุปตาร์    You are my forever LOVE     เรื่องนี้จริงๆ...
2
ดอกไม้ใต้แสงจันทร์
ดอกไม้ใต้แสงจันทร์
16
454/7158
63
    "ความรู้สึกเชื่อมผ่านเส้นสายหลากสี ผูกวิญญาณติดกับผู้คน ด้วยความรัก ความห่วงหา ความโกรธ ความแค้น ...แต่บางเส้นสาย กลับเชื่อมโยงให้สองหัวใจได้มาเจอกัน"
3
1 เซนติเมตร
1 เซนติเมตร
11
233/233
2
        1 เซนติเมตรไหน สำคัญที่สุดสำหรับคุณ
4
ใช่รักไหม... Is this LOVE?
ใช่รักไหม... Is this LOVE?
31
1409/5657
6
  ในขณะที่ความรักของคู่อื่นอาจก่อให้เกิด สายใยแห่งความผูกพันที่เรียกว่า ลูก...
5
ขุนศึกทะลุมิติ
ขุนศึกทะลุมิติ
180
437/3019
4
 เมื่ออาณาจักรทั้งเจ็ดแห่งทวีปลาอองเซียว ถูกโจมตี โดยกลุ่มปีศาจที่เรียกตัวเองว่าไคจู เหล่าจอมเวทย์จึงได้ตัดสินใจใช้คาถาอัญเชิญ เพื่อหาวีรบุรุษมาช่วย แต่กลับได้ ลิโป้ ลูกสามพ่อมาแทน
6
เล่ห์รักลงล็อก
เล่ห์รักลงล็อก
110
902/8379
12
ใครจะคาดคิดว่ารักแท้อยู่แค่เอื้อม เพียงเดินข้ามถนนไปก็เจอ...
7
โซ่รัก
โซ่รัก
46
314/3272
1
  เมื่อความผูกพัน...ไม่ได้เริ่มต้นด้วยรัก เขาไม่เคยเชื่อในรัก… ขณะที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อความรัก… ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นนับจากคืนที่เขาตกลงรับข้อเสนอของเธอ!ติดตามเรื่องของพวกเขา...
8
เทพเซียนกลืนฟ้า (呑天神仙)
เทพเซียนกลืนฟ้า (呑天神仙)
80
393/2747
2
เรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้มีชาติกำเนิดปริศนา ได้รับเคล็ดวิชาพิสดารที่สามารถดูดกลืนพลังผู้อื่น โชคชะตานำพาให้มันได้พบเจอเรื่องราว เพื่อการเป็นจอมยุทธ์ที่จะกลายเป็นตำนานบทหนึ่งในยุทธภพ
9
หมื่นไมล์
หมื่นไมล์
21
573/1720
3
        ในยุคที่ใครมีข้อมูลทางวิทยาศาตร์มากที่สุดคนนั้นมีโอกาสรอดและมีอำนาจต่อรองมากที่สุด ด็อกเตอร์ชิมาตาถูกส่งมาทำงานเพื่อเก็บข้อมูลวิจัยไปใช้เพื่อช่วยโลกนี้...
10
หมอล่าเกียร์
หมอล่าเกียร์
50
386/2350
1
เป็นหมอแต่อยากได้เกียร์ ก็เลยต้องหาเมียมีเกียร์จะซิ่วให้ยากทำไม...