หากรัก เป็นดั่งเช่นนิยาย เรื่องราวรักจึงมีหลากหลายและทำให้ใครต่อใครหลงใหลงานเขียนแนวนี้

นักเขียนนิยายรักที่ใครต่อใครรู้จักกันดี นามปากกา 'ณัฐณรา' หรือ ชลธิดา ยาโนยะ นักเขียนที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากบรรดาแฟนๆ นักอ่าน เพราะแค่เพียงเปิดฉากงานเขียนเล่มแรกเมื่อหกปีที่แล้ว ก็ติดโผอันดับ 1 นิยายยอดฮิตของเว็บไซต์ Dek-D.com 

มุมมองการเขียนนิยายรักของณัฐณราจะเป็นอย่างไร เจาะเคล็ดลับนิยายขายดีที่ฮอตฮิตจนไทยทีวีสีช่อง 3 ขอทำสัญญาเพื่อนำไปทำละคร กับเรื่อง ‘มาตาลดา’ พูดคุยกับเธอเพื่อค้นพบเสน่ห์ของนิยายรักที่พร้อมกระชากหัวใจของคุณนักอ่านได้เลย

 

 

เส้นทางก่อนมาเป็นนักเขียน

ก่อนเป็นนักเขียนนิยาย เราเป็นครูปฐมวัยมาก่อน ทำงานใต้สังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และได้รับทุนเพื่อมาดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ช่วงนั้นเราตั้งท้องและลาคลอดล่วงหน้า เลยมีเวลาว่าง ด้วยความที่ชอบอ่านนิยาย แต่เราท้องแก่ ไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวก เลยหานิยายออนไลน์อ่านเอาจากในเว็บ แต่พอลองหาอ่านแล้ว หานิยายที่ชอบไม่ได้ ก็เลยเขียนขึ้นมาเอง เพราะความรู้สึกเวลาเขียนขึ้นมาเองมันเหมือนเราได้อ่านนิยายของเราด้วย

นิยายเรื่องแรกที่ลงมือเขียนคือ ‘รักร้ายในกรุงโรม’ เป็นนิยายโรมานซ์ที่ร้อนแรงมาก ๆ ส่วนเรื่องที่สองคือ ‘ปั้นหยาที่รัก’ เป็นนิยายแนวสีขาว นิยายทั้งสองเรื่องฉีกแนวไปจากกันมาก ๆ พอเขียนเสร็จก็ลองโพสต์นิยายของตัวเองลงในเว็บ Dek-D.com ก็มีกลุ่มนักอ่านมากดติดตาม ทำให้มีกำลังใจ เอาเรื่องไปโพสต์ลงไปเรื่อย ๆ เหมือนเป็นงานอดิเรก สุดท้ายมีสำนักพิมพ์ติดต่อมา และได้ตีพิมพ์ผลงานเล่มแรก

หลังจากมีนิยายเป็นเล่มของตัวเอง เราก็มีปัญหาเรื่องการทำงาน เพราะตอนนั้นเรากลับไปทำงานประจำแล้ว ก็ต้องทิ้งลูกที่เพิ่งคลอดให้คุณแม่ของเราเลี้ยง มีวันหนึ่งแม่เราอุ้มหลานแล้วไปล้มในห้องน้ำ โชคดีที่แม่และลูกเราไม่เป็นอะไร แต่นั่นเป็นเหตุให้เรามาคิดทบทวนว่า ไม่อยากเสียใจภายหลังถ้าเกิดแม่หรือลูกของเราเป็นอะไรไปเพราะเราไม่ได้อยู่ใกล้ชิดดูแล เราเลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วมาเป็นนักเขียนนิยายอย่างเต็มตัว เพื่อจะได้ใช้เวลากับครอบครัวได้อย่างเต็มที่

 

แรงบันดาลใจจากนิยายรักเรื่องแรก

ตอนที่เริ่มเขียนนิยายรักเล่มแรก คือ เรื่อง ‘ปั้นหยาที่รัก’ พอเขียนแล้วโพสต์ลงเว็บไซต์ให้นักอ่านลองอ่านติดตามดู ผลปรากฏว่า นิยายของเราติดอันดับ 1 ในเว็บไซต์ เราตื่นเต้นและดีใจมาก จากนั้นก็มีสำนักพิมพ์ติดต่อมา 3 ถึง 4 ที่ เราก็ตัดสินใจพิมพ์กับสำนักพิมพ์แรกที่ติดต่อเข้ามา โดยนามปากกาที่ใช้ คือ ‘ณัฐณรา’ ก็มาจากชื่อของลูกสาวสองคนผสมกัน คือ ณัฐ มาจาก ณัฐธิดา ส่วน ณรา มาจาก ณรธิดา ตัดมารวมกันเป็น ณัฐณรา

สำหรับ ‘ปั้นหยาที่รัก’ เป็นนิยายรักแนวสีขาว เรื่องราวเกี่ยวกับครูประถมวัย ซึ่งเป็นอาชีพของเรา เพราะตอนนั้นเราเองไม่มีพลอต และไม่รู้ว่าพลอตคืออะไร เส้นเรื่องคืออะไรด้วยซ้ำ เราแค่ดึงเอาอาชีพที่เราทำ เรามีความรู้ตรงนี้ว่าครูประถมวัยมีงานอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง และเอาข้อมูลนั้นมาแต่งเป็นนิยายขึ้นมา

 

               

พลอตเรื่องสำคัญอันดับแรก

ในการเขียนนิยายรัก เราจะคิดพลอตก่อนเป็นอันดับแรก พลอตเป็นเหมือนแกนเรื่องสำคัญ เป็นจุดเด่น นิยายเรื่องนี้จะน่าสนใจหรือไม่ก็อยู่ที่พลอต ซึ่งเราก็เอามาจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และนิสัยส่วนตัวของเราที่เป็นคนชอบอ่านและชอบดูข่าว

อย่างนิยาย เรื่อง ‘สัตตบรรณ’ เป็นเรื่องที่พระเอกถูกรถชน แต่ไม่ตาย แต่วิญญาณดันไปอยู่ในร่างควายที่กำลังโดนลากเข้าโรงเชือด คือเป็นควายไม่พอ หนำซ้ำยังเป็นควายตัวเมียที่ตั้งท้องอีกต่างหาก พลอตเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นจากการที่เราดูข่าวว่า มีควายที่วิ่งหนีออกจากโรงเชือด เราเลยปิ๊งไอเดียว่า ถ้ามีควายที่ตื่นขึ้นมาแล้วเป็นวิญญาณของคนที่ประสบอุบัติเหตุไปเข้าร่างควายตัวนั้นแทนล่ะ มันจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นควายตัวเมียแล้ววิญญาณดันเป็นมนุษย์ผู้ชาย ตื่นมาเป็นควายไม่พอ ยังเป็นควายตัวเมีย แล้วตั้งท้องอีก เขาจะทำอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่มาของพลอต ที่เรามักจะเก็บเอาจากเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เราได้เจอได้อ่านในแต่ละวันมาใช้

 

เคล็ดลับนิยายรักให้คนอ่านจิ้นไป จิกหมอนไป

ถ้าเป็นเรื่องที่ทำอย่างให้คนอ่านรู้สึกจิ้นกับนิยายรักของเรา ขอยกตัวอย่างในนิยาย เรื่อง ‘มาตาลดา’

เป็นเรื่องราวของ มาตาลดา หญิงสาวแสนซื่อ ที่มองโลกในแง่ดี และหลายคนคิดว่าเธอเพี้ยน กับพระเอกคือคุณหมอปุริม คนที่สังคมมองว่าแสนเพียบพร้อม ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาอาจขาดมากกว่าใครหลายๆ คน

ในฉากที่พระเอกทำหน้าที่ผ่าตัดแล้วแต่สุดท้ายคนไข้เสียชีวิต ทำให้โดนญาติพี่น้องของคนไข้ต่อว่า พระเอกกลับมาบ้านเล่าให้นางเอกฟัง นางเอกกอดพระเอกไว้ แล้วบอกว่า เธอรู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดที่คนไข้เสียชีวิตก็คือหมอ เพราะไม่สามารถช่วยได้ ทุกคนร้องไห้ให้คนเสียชีวิต แต่ไม่มีใครร้องไห้ให้พระเอก เราว่าฉากนี้ทำให้คนอ่านมีความรู้สึกที่สะท้อนกลับมาพอสมควร ทำให้คนอ่านรู้สึกอินตามเราได้

แต่ถ้าฉากน่ารัก กุ๊กกิ๊ก เราก็จะแทรกความห่วงใย อะไรที่ทำได้ในชีวิตจริง ไม่ใช่ว่าพระเอกเหมาเฮลิคอปเตอร์มาหาถึงหน้าบ้านอะไรแบบนั้น คนอ่านเขาจะรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเป็นการซื้อขนมมาไว้ให้หน้าประตู คนอ่านเขาอาจจะมีประสบการณ์จากเรื่องนั้น

 

 

 

เสน่ห์ที่ทำให้นิยายรักน่าอ่าน

จะเรียกว่า ความสมจริงคือเสน่ห์ของนิยายรักเลยก็ว่าได้ เพราะทำให้คนอ่านรู้สึกย้อนระลึกไปถึงเหตุการณ์ในฉากได้ว่า เอ๊ะ! เราเคยซื้อขนมไปฝากคนที่เราชอบนะ เราเคยเขียนจดหมายหากันนะ เราเคยโทรไปขอเพลงจากดีเจให้นะ ทำให้คนรู้สึกถึงความสุข ณ ช่วงเวลานั้น คนอ่านจะรู้สึกดีกับนิยายเรายิ่งขึ้น

นอกจากความสมจริงแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้นิยายรักน่าอ่านมากขึ้น ก็คือ ทัศนคติ หรือความคิด ที่นักเขียนถ่ายทอดลงไปในนิยาย อย่างเช่น เราเขียนนิยายแนวครอบครัว หรือนิยายสีขาว เราก็จะแต่งตอนที่อารมณ์ดี ๆ เท่านั้น เพราะอารมณ์ของผู้เขียนมันถ่ายทอดผ่านงานให้คนอ่านได้ ถ้าเราเขียนตอนมีความสุข งานของเราก็จะส่งต่อความสุขไปให้คนอ่านด้วย คนอ่านนิยายเราแล้วแล้วเขาก็บอกว่า เขาได้ทัศนคติ เขาอิ่มเอม เขายิ้ม เขาทำงานเหนื่อยกลับมาบ้าน มาอ่านนิยายของเรา เจอเราใส่มุกขำ ใส่ความอบอุ่นในครอบครัวไว้ แล้วเขาสามารถนำมันไปใช้ได้จริง ก็ถือเป็นสิ่งดี ๆ ที่นิยายมอบให้คนอ่านได้

 

ฟิน ไม่ฟิน อยู่ที่ตรงไหน

ถ้าถามว่า นิยามคำว่า ฟิน ของนักเขียน มันอยู่ตรงไหน ตรงนี้มันเหมือนกับการทำอย่างไรให้คนอ่านติดนิยายเรา คำว่า ฟิน ในการอ่านนิยายสำหรับเรา คือเวลาอ่านแล้วต้องยิ้มตามได้ รู้สึกตามนางเอกได้ เหมือนตัวเองเป็นนางเอกอยู่ในนิยายเรื่องนั้น มีความอินตามตัวละคร สำคัญเลยถ้าเราทำให้คนอ่านฟินตามได้ เราต้องเขียนแล้วรู้สึกเองก่อน ฟินกับงานเราเองก่อน คนอื่นถึงจะฟินกับงานของเราได้ด

 

 

คิดไม่ออก ปัญหาหลักของนักเขียน

สิ่งที่เป็นปัญหาหลังของนักเขียนนิยาย ก็คือ การตัน หรือบางทีถึงจุดอิ่มตัว หรือบางทีเราออกถี่เกินไป แล้วนิยายเหมือนเล่มเก่าๆ ที่เราเขียน เหมือนเราแค่เปลี่ยนชื่อตัวละครแล้วมาอยู่ในปกใหม่ เวลาเราจะเขียนงานแต่ละครั้ง ต้องพลิกแพลงไอเดีย พลิกแพลงพลอต ไม่ให้คนอ่านรู้สึกเหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ อันนี้เป็นปัญหามาก เขียนยากมาก ยิ่งถ้าเรื่องเก่าประสบความสำเร็จมากแค่ไหน เรื่องใหม่คนยิ่งตั้งความหวังไว้สูง เราต้องทำอย่างไรให้คนอ่านไม่ทิ้งเรากลางคัน ก็คือ ต้องเริ่มเรื่องให้น่าสนใจตั้งแต่บทแรก เปิดตัวละครเยอะไปก็ไม่ดี ยากสุดคือการดึงให้คนอ่านสนใจของคนอ่านให้อยู่กับเรื่องของเรา ให้เขาอยากรู้ตอนต่อ ๆ ไป

หรืออีกเรื่องหนึ่งที่นักเขียนนิยายส่วนใหญ่จะเจอเวลาเอางานเขียนของตัวเองไปโพสต์ลงเว็บ ก็คือ จะมีคนอ่านมาคอมเมนต์ว่า อยากให้แก้งานหรือไม่พอใจงานของเรา ซึ่งเราก็เคยเจอเหมือนกัน แต่พออ่านคอมเมนต์แล้วเราไม่ได้แก้ตามนักอ่าน เพราะถ้าเราแก้ เราก็ต้องแก้พล็อตกับเส้นเรื่องของเราไปเรื่อย ๆ ถ้าเป้นแบบนั้นงานของเราก็จะไม่สมูทเป็นไปตามที่เราเขียนไว้ ดังนั้น บางทีอ่านเจอคอมเมนต์แนวนี้ เราก็ไม่ได้ไปก่อประเด็นให้คนอ่านเขารู้สึกไม่ดี แต่ยกเหตุผลให้เขาฟังประกอบแทนมากกว่า

 

ผลตอบแทนของนักเขียนนิยาย

เรื่องผลตอบแทนรายได้ยังมากอยู่ จะมากหรือน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับนักเขียน ต้องมีวินัย ต้องอดทน และตั้งใจทำงานมาก ๆ มันไม่ใช่งานที่อยากได้เงินเยอะขนาดนี้ ฉันเขียนเล่นๆ ห้าหรือหกหน้าแล้วจะได้เลย บางคนคิดว่านักเขียนนั่งทำงานชิล ๆ ไม่จริงเลย บางทีเราต้องเดินทางไปเก็บข้อมูล ไม่ได้นอนเลยก็มี

ถ้าเป็นนิยายที่ตลาดต้องการและขายดีส่วนมากก็เป็นนิยายรัก เพราะนิยายรักสามารถวางขายในร้านทั่วไปได้ ตลาดค่อนข้างกว้าง ไม่จำกัดอายุ ถ้านิยายอื่น ๆ ตลาดค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม นิยายรักเสพง่ายย่อยง่าย เลยทำให้จำนวนลูกค้ากว้างกว่า ถ้าเป็นแฟนคลับของณัฐณราก็จะอยู่ที่อายุประมาณ 20-60 ปี คือกว้างมาก เป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็มีกำลังซื้อในรูปเล่ม และชอบงานเขียนที่อบอุ่นไม่หวือหวา

 

 

พลิกชีวิตด้วยนิยายรัก

บนเส้นทางนักเขียนนิยายของเราเอง บอกได้เลยว่า ต้องกล้าหาญและใจแข็งมาก เพราะจากตอนแรกที่ทำงานประจำรับเงินเดือน พอเรามาเขียนนิยายเราเป็นเจ้านายตัวเอง เราได้อยู่กับลูกๆ การเขียนนิยายรัก ทำให้เรามีเวลาอยู่กับครอบครัว อยู่ไหนเราก็เขียนได้ เราชอบอ่านนิยายทำให้เหมือนได้ทำงานที่มีความสุขมากขึ้น แล้วเรื่องรายได้ เราโชคดีที่มีคนสนับสนุน ทั้งคนอ่าน และสำนักพิมพ์ ทำให้เรามีรายได้ มันก็เลยเหมือนพลิกชีวิตเราเลย สารภาพเลยว่าตอนนั้นก่อนที่จะลาออกมา เงินในบัญชีมีอยู่ไม่กี่พัน แล้วเราทำสัญญากับหน่วยงานที่ให้ทุนไว้ว่าจะชดใช้ทุนภายใน 1 ปี เราก็ได้ใช้นิยาย ใช้ความรักในการเขียนของเรา พลิกชีวิตเราได้ เราได้ทำงานที่ตัวเองรัก รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ตัดสินใจไม่ผิด แต่ก็ต้องอาศัยความทุ่มเทและตั้งใจทำงานอย่างมาก

 

ลงมือเขียนเองเท่านั้น

มีหลายคนอยากเป็นนักเขียนนิยาย โดยเฉพาะนิยายรัก สิ่งสำคัญเลย คุณต้องลงมือเขียน และต้องอ่านเยอะๆ ถ้าไม่อ่านเลยคุณเขียนนิยายไม่ได้ ต้องอ่าน ต้องมีความพยายาม อย่างที่เคยเห็นมีบางกลุ่ม มาโพสต์ในเว็บไซต์ว่า เรามีพล็อตให้นะคะ เรามีเส้นเรื่องให้ แต่เราเขียนไม่เก่ง อยากได้คนมาเขียนในราคาไม่แรง บางทีเราอ่านเจอแบบนี้แล้วก็ เอ๊ะ! มีแบบนี้ได้อย่างไร คือ ถ้าคุณอยากเขียน คุณต้องพยายามให้มาก ถ้าคุณอยากเขียนคุณต้องลงมือเขียนเอง แล้วค่อยมาเกลาฝีมือเราให้ดีขึ้น ไม่ใช่ไปหาจ้างคนอื่นให้เขียนต่อจากสิ่งที่เราคิดหรือปูทางไว้

 

ทัศนคติที่ดีช่วยส่งมอบความสุขให้คนอ่าน

ตอนนี้ผ่านมาแล้ว  6 ปี บนถนนนักเขียนของณัฐณรา ผลงานนิยายทั้งหมดของเรามีประมาณ 50 เล่ม เล่มที่สร้างชื่อ ก็น่าจะเป็น มาตาลดา เรื่องนี้พี่บก.โป่ง(การบูร สุขวิไลธารา)เข้ามาช่วยปรับแนวงาน ปรับวิธีการเขียนของเราเยอะมาก เพื่อให้งานเรามีความต่าง -แปลกใหม่จากงานเรื่องก่อนหน้า คุยกันตั้งแต่ก่อนเขียนว่าจะวางคาแรคเตอร์ตัวงานและนำเสนอออกสู่นักอ่านอย่างไร

 

 

มาตาลดาป็นเรื่องแรกที่ทำสัญญากับทางช่อง 3 ในการจะนำไปทำเป็นละคร มันเลยเหมือนเป็นผลงานมาสเตอร์พีชของเรา ที่เราเขียนนิยายได้มากแบบนี้ คือเราเป็นคนชอบเอาชนะ โดยเฉพาะชนะตัวเองและคำดูถูกของคนอื่น และเป็นคนมีวินัยในการทำงานมาก

ตอนนี้เล่มหนึ่งใช้เวลาเขียนประมาณ 10 หน้าเอสี่ต่อวัน ตั้งเป้าเอาไว้แบบนั้น วันหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า 5 หน้า ช่วงที่ทำกับสำนักกพิมพ์เก่า เราตั้งเป้าไว้เลยว่าต้องทำให้ได้ 10 หน้า ถ้าวันนี้ได้ 7 หน้า พรุ่งนี้ต้องได้ 13 หน้า แต่สุขภาพก็แย่นะ ดังนั้นเรารู้จักประเมินตัวเอง นอกจากระเบียบวินัยแล้ว สิ่งที่นักเขียนนิยายรักทุกคนต้องมี ก็คือ ทัศนคติ ต้องมีแนวคิดมองโลกแง่บวก ต้องทำให้คนอ่านมีความสุข ถ้าเราไม่มีความสุข นิยายที่เราเขียนจะไม่เป็นสื่อกลางความสุขไปให้ผู้อ่านได้เลย

 

ความสุขที่เรามี จะถ่ายทอดให้คนอื่นรอบข้างได้ นี่จึงเป็นดั่งที่มาของนิยายรักแสนอบอุ่นที่ดึงดูดใจนักอ่านหลายต่อหลายคนให้ติดตามผลงานของณัฐณรา นักเขียนนิยายรักคนนี้ เพราะในวันที่เหนื่อยล้า บางทีความอิ่มเอมใจอาจเกิดขึ้นได้จากนิยายรักดี ๆ สักเล่ม…

 

ติดตามผลงานของณัฐณราได้จากเพจ: ณัฐณรา

 

 

 

 

2020-01-24 17:01:53
* Top นิยายคิดจากผู้ชมรายสัปดาห์
เลือกหมวด:
เลือกรอบเวลา:
เลือกการเรียง:
1
ดอกไม้ใต้แสงจันทร์
ดอกไม้ใต้แสงจันทร์
20
430/8646
79
    "ความรู้สึกเชื่อมผ่านเส้นสายหลากสี ผูกวิญญาณติดกับผู้คน ด้วยความรัก ความห่วงหา ความโกรธ ความแค้น ...แต่บางเส้นสาย กลับเชื่อมโยงให้สองหัวใจได้มาเจอกัน"
2
หมื่นไมล์
หมื่นไมล์
37
177/2370
3
        ในยุคที่ใครมีข้อมูลทางวิทยาศาตร์มากที่สุดคนนั้นมีโอกาสรอดและมีอำนาจต่อรองมากที่สุด ด็อกเตอร์ชิมาตาถูกส่งมาทำงานเพื่อเก็บข้อมูลวิจัยไปใช้เพื่อช่วยโลกนี้...
3
สะพานข้ามรุ้ง
สะพานข้ามรุ้ง
33
123/2168
3
ในโลกกว้างใหญ่ใบนี้มีเรื่องราวลึกลับมากมายที่วิทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ได้...หาไม่ได้ไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่จริง มองไม่เห็นด้วยตาใช่ว่าสัมผัสไม่ได้...เราอาจมีตัวตนมีลมหายใจ มีร่างกายอยู่ในโลกปัจจุบัน...
4
เทพเซียนกลืนฟ้า (呑天神仙)
เทพเซียนกลืนฟ้า (呑天神仙)
94
236/3677
2
เรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้มีชาติกำเนิดปริศนา ได้รับเคล็ดวิชาพิสดารที่สามารถดูดกลืนพลังผู้อื่น โชคชะตานำพาให้มันได้พบเจอเรื่องราว เพื่อการเป็นจอมยุทธ์ที่จะกลายเป็นตำนานบทหนึ่งในยุทธภพ
5
หมอล่าเกียร์
หมอล่าเกียร์
50
323/3111
1
เป็นหมอแต่อยากได้เกียร์ ก็เลยต้องหาเมียมีเกียร์จะซิ่วให้ยากทำไม...    
6
โซ่รัก
โซ่รัก
46
123/3675
1
  เมื่อความผูกพัน...ไม่ได้เริ่มต้นด้วยรัก เขาไม่เคยเชื่อในรัก… ขณะที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อความรัก… ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นนับจากคืนที่เขาตกลงรับข้อเสนอของเธอ!ติดตามเรื่องของพวกเขา...
7
ใช่รักไหม... Is this LOVE?
ใช่รักไหม... Is this LOVE?
31
102/6263
6
  ในขณะที่ความรักของคู่อื่นอาจก่อให้เกิด สายใยแห่งความผูกพันที่เรียกว่า ลูก...
8
LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส
LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส
55
110/888
0
เมื่อต้องเเต่งงานตามเงื่อนไข ของเพื่อนบิดา เพื่อชดใช้เเทนหนี้ที่เขาช่วยเหลือก็เเย่มากพออยู่เเล้ว เเต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าบ่าวในวันงานจะเป็น "รุ่นพี่"...
9
รักสะเดาะเคราะห์
รักสะเดาะเคราะห์
77
158/2588
2
#ซื้อที่แถมเมีย เพราะดวงดีมักจะมีดวงซวยตามมาด้วย ขุนพลเองก็เช่นกัน แต่การสะเดาะเคราะห์ของเขามันแตกต่าง พระท่านบอกว่าต้องแต่งงานหาคนรัก ทำให้เรื่องหนักใจหนักตกจึงไปตกที่ลูกสาวเจ้าของที่ ไหน ๆ...
10
ประโยคสุดท้าย
ประโยคสุดท้าย
21
38/856
2
ฟ้าไพลินท์ช็อกจนพูดไม่ออก...