คุณมี 0 เหรียญ VIP

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

จรสจันทร์

Report
Month View : 122
Over All : 866
Favorites : 0

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

จรสจันทร์

Report
Month View : 122
Over All : 866
Favorites : 0

เมรีที่รัก

แม่ของอันดามัน - 70% -

นิยาย-เรื่องยาว : นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ

“แหม...ช่วยทำหน้าดีใจเวลาเห็นหน้าจีจี้หน่อยไม่ได้หรือคะคุณธาร” หญิงสาวเจ้าของชื่อจิรวรรณเบี่ยงสะโพกนั่งลงบนโต๊ะทำงานของวาริชอย่างถือวิสาสะ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ หากแต่น้ำเสียงก็ยังคงราบเรียบดุจเดิม

“กลับมาเที่ยวหรือ” ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอจิรวรรณ มารดาของอันดามันก็คือเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นบุตรชายของเขายังเล็กมากจึงจำหน้ามารดาของตัวเองยังไม่ได้ อีกทั้งเจ้าตัวก็ไปอยู่เมืองนอกทันทีหลังจากที่อยู่ทำหน้าที่แม่ได้เพียงแค่สี่เดือน

“ก็ไม่เชิงค่ะ จีจี้กลับมาเยี่ยมคุณพ่อน่ะ ได้ข่าวว่าป่วย” พูดพลางมองไปรอบห้องทำงานของวาริช ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยืนตรงหน้าต่างกระจก มองทิวทัศน์ของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานครด้วยสายตาเรียบเฉย

“ดูเหมือนบริษัทของคุณฟื้นตัวได้เร็วทีเดียวเลยนะคะ จำได้ว่าตอนนั้นเกือบล้มละลายเลยไม่ใช่หรือ”

วาริชไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้ว่าเธอเพียงถามขึ้นมาลอย ๆ เท่านั้น “ไปอยู่โน่นเป็นอย่างไรบ้างล่ะ”

หญิงสาวละสายตาจากวิวด้านนอกแล้วเดินมานั่งบนโซฟายาวตรงมุมห้อง “ก็ต้องบอกว่าดีสิคะ ที่นั่นน่ะอเมริกานะคะไม่ใช่เมืองไทย สำหรับจีจี้แล้วทุกอย่างคือดีหมดค่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเยี่ยมคุณพ่อ จีจี้คงไม่กลับมาหรอก ร้อนจะตาย”

ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อย เขาจงใจไม่เอ่ยถึงเรื่องลูกให้เธอฟังเพราะอยากรอดูว่าจิรวรรณจะเอ่ยปากขึ้นมาก่อนหรือเปล่า แต่ถ้าเดาไม่ผิดเขาคิดว่าการกลับมาเมืองไทยของเธอครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะเรื่องอันดามันด้วยส่วนหนึ่ง

“ว่าแต่คุณเถอะค่ะ ไม่คิดจะแต่งงานแต่งการบ้างหรือ ฐานะอย่างคุณวาริช เดชธรรมรักษ์ เจ้าของบริษัทซอฟท์แวร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยเนี่ย ไม่น่าจะหาเมียยากเลยนะคะ” หญิงสาวพูดยิ้ม ๆ พลางมองสำรวจชายหนุ่มที่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานอย่างประเมิน

วาริชในวัยสามสิบหกปีดูไม่แตกต่างจากชายหนุ่มในวัยสามสิบปีตอนนั้นเท่าไร เขายังคงดูหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงใหญ่สง่างามไม่เปลี่ยน หากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือความสุขุมเยือกเย็น จึงทำให้เขาดูแปลกตาไปจากเมื่อห้าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนนั้นวาริชเป็นเพียงชายหนุ่มบ้านรวยรักสนุกที่เปลี่ยนคู่ควงไม่เคยซ้ำกัน และเขาก็เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ที่หวังสบายทางลัดเนื่องจากเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าของบริษัทซอฟท์แวร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย

“ผมไม่รีบ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งแล้วล่ะสิ” เขาย้อนถามกลับไปเพราะได้ข่าวเธอจากเพื่อนสนิทที่ไปทำธุรกิจที่อเมริกามาว่าจิรวรรณนั้นแต่งงานใหม่ถึงสามครั้งในรอบห้าปี

“แต่งแล้วสิคะ สามีของจีจี้เป็นเจ้าของบริษัทนำเข้าอาหารแปรรูปน่ะค่ะ”

“ยินดีด้วย” เขาพูดยิ้ม ๆ เมื่อเห็นสีหน้าภาคภูมิใจของหญิงสาว ใจเขาปรารถนาให้จิรวรรณมีชีวิตที่ร่ำรวยและสุขสบายไปตลอดปีตลอดชาติในต่างประเทศ และถ้าเป็นไปได้ อย่ากลับมาเหยียบเมืองไทยอีกเลยจะเป็นการดีที่สุด เพราะการที่เธอมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านี้ทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่นเต็มไปด้วยความกังวลสารพัด

เขากำลังกลัว...กลัวว่าสิ่งที่คิดไว้ในใจจะเป็นเรื่องจริง

“คุณดูเปลี่ยนไปมากเลยนะคะธาร ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อน” หญิงสาวยักไหล่ทีหนึ่ง ความที่อยู่เมืองนอกมานานหลายปีจึงทำให้ติดนิสัยพูดอะไรออกไปตรง ๆ

วาริชแค่นยิ้มก่อนตอบ “เป็นธรรมดา อายุผมไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ต้องโตขึ้นตามอายุและประสบการณ์ที่สั่งสม”

หญิงสาวยิ้มอ่อน เธอมานั่งอยู่สักพักแล้วแต่เขาก็ยังไม่ยอมปริปากพูดเรื่องลูกเลยแม้แต่คำเดียว การตอบคำถามและการพูดการจาของเขาล้วนระมัดระวังทุกฝีก้าวจนเธอคิดว่าหากเธอไม่พูดออกไปเอง วันนี้ก็คงไม่ได้เห็นหน้าอันดามัน บุตรชายที่เธอทิ้งไปถึงห้าปีเต็ม ๆ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน

“จีจี้อยากเจอลูกค่ะ อันดามันเป็นยังไงบ้างคะ”

วาริชเหลือบมองหญิงสาว ในที่สุดเธอก็ถามออกมาจนได้ “ก็สุขสบายดีนั่นแหละ อันดาเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน”

“แล้วนี่เขาอยู่ที่ไหนคะ ไปโรงเรียนหรือ”

ชายหนุ่มพยักหน้าให้แทนคำตอบ “ตอนนี้อยู่อนุบาลสองแล้ว”

“แล้วคุณต้องไปรับลูกกี่โมงคะ ให้จีจี้ไปด้วยได้ไหม จีจี้อยากไปรับลูกที่โรงเรียนบ้าง”

“โรงเรียนเลิกบ่ายสองโมงครึ่งน่ะ แต่สักบ่ายครึ่งหรือบ่ายโมงสี่สิบห้าก็ออกไปรับแล้วเผื่อเวลาไว้ถ้ารถติด” เขาตอบไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังเพราะไหน ๆ เธอก็พูดออกมาเองว่าจะไปรับอันดามันที่โรงเรียน

“งั้นตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วน่ะสิคะ เพราะนี่ก็บ่ายครึ่งแล้ว” หญิงสาวดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ท่าทีตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ งั้นออกไปเลยก็ได้ รอผมสักครู่ ขอผมสั่งงานกับลูกน้องก่อน” เขาเดินออกไปนอกห้องทำงานเพื่อบอกลูกน้องว่าวันนี้ไม่ต้องไปรับอันดามันที่โรงเรียน เพราะเขาจะเป็นคนไปรับด้วยตัวเอง จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง จัดการปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเอาใส่กระเป๋าเพื่อกลับไปทำต่อที่บ้าน เสร็จเรียบร้อยก็หันไปพยักหน้าให้หญิงสาวที่นั่งรออยู่

ทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถโดยไม่มีเสียงพูดคุยกัน ต่างคนต่างเงียบจมอยู่ในภวังค์ของตัวเอง คนหนึ่งหวั่นใจว่าการมาของอีกฝ่ายนั้นมีจุดประสงค์แอบแฝง อีกคนหนึ่งนั้นก็ได้แต่วิเคราะห์ฐานะทางการเงินในปัจจุบันของอดีตคู่ควง

รถคันนี้เป็นรถญี่ปุ่นตัวท็อปของรุ่น แต่ราคาก็แค่ไม่กี่ล้านบาท ผิดจากเมื่อก่อนที่เขาขับรถสปอร์ตคันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสิบล้าน และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา บริษัทที่เขาบริหารอยู่ตอนนี้นั้นจิรวรรณก็ไม่รู้ว่ามีกำไรหรือขาดทุนมากน้อยแค่ไหน เธอจำได้แค่ว่าก่อนที่เธอจะย้ายไปอยู่อเมริกา ตอนนั้นบริษัทของเขากำลังประสบสภาวะขาดทุนจนเกือบล้มละลาย และเธอเองก็ไม่คิดจะใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายกับเขาอยู่แล้วจึงทิ้งบุตรชายที่เพิ่งคลอดได้สี่เดือนไว้ให้เขาเลี้ยงตามลำพัง

ตอนนี้เธอกำลังภาวนาให้เขาฟื้นตัวได้ยังไม่ดีนัก เพราะหากฐานะทางการเงินของเขาง่อนแง่นจนถึงขั้นเปราะบาง นั่นก็หมายความว่าหนทางที่เธอจะเอาอันดามันไปเลี้ยงที่อเมริกาก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น

เลี้ยงลูกมาลำพังห้าปีแล้วอย่างไร ถ้าความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรสู้เธอไม่ได้ หากต้องขึ้นศาลเพื่อแย่งลูกกันจริง ๆ เธอมั่นใจว่ามีโอกาสชนะแน่นอน ยิ่งเธอเป็นแม่ กฎหมายย่อมให้ต้องน้ำหนักกับผู้เป็นมารดามากกว่าอยู่แล้ว

จิรวรรณลอบยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อคิดว่าการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริง ๆ

“คุณกับลูกพักที่ไหนหรือคะ” ก่อนไปที่ออฟฟิศเธอลองแวะเข้าไปที่คฤหาสน์หลังเดิมซึ่งเคยเป็นบ้านของเขา ทว่าตอนที่ไปถึงกลับเป็นพื้นที่โล่งว่างที่กำลังก่อสร้างอะไรบางอย่างอยู่ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเห็นแต่เดิมนั้นไม่มีอีกแล้ว

“พักคอนโดฯ แถวลาดพร้าวน่ะ” เขาคิดว่าเธอน่าจะจำได้ว่าเขาหมายถึงคอนโดมิเนียมที่ไหน เพราะห้องปัจจุบันที่เขาอยู่นี้ สมัยก่อนที่เขายังรักสนุกอยู่เขามักพาคู่นอนแวะเวียนมาค้างด้วยไม่เคยขาด และจิรวรรณก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ห้องนั่นน่ะหรือ” หญิงสาวจำห้องชุดห้องนั้นได้เพราะเคยไปค้างสองครั้ง การที่เขาพาลูกไปอยู่คอนโดมิเนียมห้องนั้นก็หมายความว่าเขาขายคฤหาสน์หลังใหญ่นั้นไปเพื่อใช้หนี้สินกระมัง

“ทำไมถึงมาอยู่คอนโดฯ แล้วบ้านของคุณล่ะ” ไหน ๆ ก็ถามแล้วจึงถามไปให้หมด เธอจะได้กลับไปวางแผนกับทนายว่าจะเดินเรื่องต่อไปอย่างไรดี

“ผมอยู่กับลูกแค่สองคน อยู่คอนโดฯ ห้องเล็ก ๆ ก็พอแล้ว” เขาจงใจไม่พูดถึงบ้านหลังเก่าเพื่อต้องการให้คนฟังไปตีความเอาเอง และอยากรู้ว่าจิรวรรณจะทำหน้าอย่างไร ครั้นพอแอบมองก็เห็นเธอกำลังยิ้มแปลก ๆ จึงยิ่งมั่นใจว่าการกลับมาของเธอครั้งนี้มีจุดประสงค์อยู่ที่อันดามันแน่นอน

จิรวรรณลอบยิ้ม เห็นเขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเรื่องบ้านหลังใหญ่ก็หมายความว่าสิ่งที่เธอคิดไว้นั้นเป็นความจริง ตอนนี้เขาไม่ใช่ลูกเศรษฐีแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว ต่างจากเธอที่เป็นภรรยาของนักธุรกิจใหญ่ในต่างประเทศ...งานนี้เธอชนะแน่!

“ธารคะ ถ้าจีจี้จะพาลูกไปอยู่อเมริกาแบบถาวร คุณคิดว่ายังไง!”

*************************************

 

นางมาแล้ววววว นางมาเพื่อพรากลูกไปจากอกพ่อ ไม่รู้คุณธารจะรับมือยังไงบ้าง แอบเห็นใจเบาๆ






 

 

แชร์นิยายที่คุณรัก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ
จรสจันทร์
(จำนวนผลงานนิยาย 2 เรื่อง 109 ตอน)

เรื่อง
ประเภทนิยาย
ตอน
จำนวนเข้าชม
อัพเดตล่าสุด
ประเภท :
นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ
ตอน :
55
เข้าชม :
1,173
อัพเดต :
09/01/2564
ประเภท :
นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ
ตอน :
54
เข้าชม :
4,164
อัพเดต :
30/09/2563

เพิ่มความคิดเห็น

ชื่อ

ยังไม่มีความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิ!

คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนโดย VIP ให้นักเขียนเพิ่ม

มอบ VIP ขั้นต่ำ 1 บาท หรือให้มากกว่าตามความสมัครใจ เพื่อเปิดอ่านตอนก่อนใคร 7 วัน

คำเตือน
  • การมอบสินน้ำใจ (VIP) นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อนิยาย แต่เป็นการมอบกำลังใจเท่านั้น
  • นักเขียนยังคงมีสิทธิ์ในการลงนิยายจนจบเรื่อง หรือไม่จบเรื่องก็ได้
  • เนื่องจากการลงจบเรื่องในบางครั้ง อาจมีผลต่อการพิจารณาต้นฉบับในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ อันเป็นรายได้หลัก รวมทั้งความจำเป็นอื่นๆ
  • และการมอบสินน้ำใจนี้ ไม่สามารถนำไปหักส่วนลดได้ หลังจากนักเขียนกดปิดเรื่อง ขายจบเรื่อง

เหรียญของฉัน : 0

เมรีที่รัก

เธอเพิ่งอกหักมา แต่ทันทีที่เห็นหน้าเขาก็ถูกศรรักปักอกเข้าอย่างจัง

พ่อม่ายลูกติดผู้เกลียดน้ำเมาเข้าไส้ ขณะที่เธอ สาวบาร์เทนดี้หน้าใสผู้หลงใหลสีสันของสุรา

แล้วความรักของทั้งคู่จะลงเอยกันได้อีท่าไหนละนี่

 

 

โดย : จรสจันทร์
จำนวน : 49 ตอน


0

เหรียญของฉัน : 0

เมรีที่รัก

โดย : จรสจันทร์