คุณมี 0 เหรียญ VIP

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

จรสจันทร์

Report
Month View : 118
Over All : 862
Favorites : 0

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

จรสจันทร์

Report
Month View : 118
Over All : 862
Favorites : 0

เมรีที่รัก

อยากรักพ่อม่าย - 100% -

นิยาย-เรื่องยาว : นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ

“คุณหมายความว่าอะไร ทำไมแม่อย่างฉันถึงมีสิทธิ์ในตัวลูกน้อยกว่าเขาอีกล่ะ” จิรวรรณโวยขึ้นด้วยเสียงไม่เบานัก ก่อนจะรีบปรับอารมณ์ของตนลงมาเมื่อรู้ตัวว่าเสียกิริยาให้ทนายเห็น จากนั้นก็หลุบตาลงแล้วทำหน้าเศร้า

“ฉันเป็นแม่ของอันดามัน เขาเป็นลูกฉันทั้งคนฉันก็ต้องรักและผูกพันกับเขาไม่ต่างจากคุณธารหรอก คุณไม่รู้หรอกว่าห้าปีที่ผ่านมาฉันคิดถึงลูกแค่ไหน ฉะนั้นพอฉันเริ่มมีความสามารถที่จะเลี้ยงดูเขาได้ ฉันก็อยากให้เขาไปอยู่กับฉันที่อเมริกา คุณเป็นทนายก็รู้อยู่แล้วใช่ไหมคะว่าที่นั่นน่ะ การศึกษาและคุณภาพชีวิตดีกว่าที่นี่ตั้งเยอะ ฉันอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับอันดามันค่ะ”

คนฟังได้แต่ถอนหายใจพลางมองหญิงสาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าอย่างคนที่ผ่านอะไรมาเยอะกว่า เขาทำคดีเกี่ยวกับครอบครัวมามากมาย มองปราดเดียวเขาก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักลูกจริงอย่างที่กำลังพยายามแสดงออก ตอนแรกที่เขาอ่านเคสนี้จากเลขานุการที่คอยคัดกรองงานก็นึกว่าคงไม่ยาก และน่าจะจบงานได้เร็วเพราะลูกน่าจะตกเป็นของฝ่ายหญิง ทว่าพอเขามาเจอตัวจริง และได้รู้ประวัติความเป็นมาของคู่กรณีอีกคนที่เป็นบิดาของเด็ก เขาก็รู้ทันทีว่าเธอแพ้คดีแน่นอน

“ผมเข้าใจครับ แต่ว่าคุณวาริชเขาจดทะเบียนรับรองบุตร ฉะนั้นเขามีสิทธิ์ในตัวเด็กพอ ๆ กับคนเป็นแม่ และที่สำคัญก็คือตั้งแต่หนูอันดามันเกิดจนกระทั่งตอนนี้ คุณวาริชเป็นฝ่ายให้การฟูมฟักเลี้ยงดูโดยลำพังมาตลอด ดังนั้นหากมีการฟ้องร้องขึ้นศาลกันจริง ๆ คุณมีสิทธิ์แพ้คดีได้ครับ” ศิริศักดิ์พูดไปตามประสบการณ์ที่เคยทำงานเป็นทนายมากว่ายี่สิบปี

“ทำไมถึงจะแพ้ล่ะ ก็ในเมื่อฉันก็เป็นแม่ของอันดามันเหมือนกัน” หญิงสาวนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนโพล่งออกมา

“จริงสิ! ความสามารถในการเลี้ยงดูไงละ ครอบครัวคุณธารเขาเคยล้มละลายมาก่อนนะ และที่เขาเปิดบริษัทตอนนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ป่านนี้ใช้หนี้หมดรึยังก็ไม่รู้ เมื่อก่อนเขาเคยขับรถสปอร์ตคันหนึ่งเป็นสิบ ๆ ล้านแต่เดี๋ยวนี้เขาขับแค่รถญี่ปุ่นธรรมดาคันละล้านกว่าเท่านั้นเอง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาเคยอยู่ก็ถูกขายเปลี่ยนมือไปแล้ว แต่ตัวเขาตอนนี้อาศัยคอนโดห้องเล็ก ๆ อยู่กับลูกสองคนเท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับฉันซึ่งตอนนี้เป็นภรรยาของเจ้าของกิจการในอเมริกา มีรายได้ปีหนึ่งหลายสิบล้านเหรียญ อย่างไรซะฉันก็น่าจะมีภาษีตรงนี้ดีกว่า ฉันไม่น่าจะแพ้ได้นะคะคุณทนาย”

จิรวรรณบอกเล่าข้อมูลที่เคยได้รับรู้มาให้ทนายความฟัง ตอนนั้นเธอเพิ่งคลอดอันดามันใหม่ ๆ เคยได้ยินบิดาของเขากำลังหารือกับวาริชเรื่องจะถูกฟ้องล้มละลาย เธอถึงได้รีบหาทางชิ่งไปให้ห่างจากเขา จากที่ตอนแรกคิดจะเกาะวาริชไม่ปล่อยเพราะตอนนั้นเขาเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เธอมีฐานะเป็นแม่ของลูกเขา อย่างไรเสียวาริชก็ไม่มีทางทิ้งเธอแน่นอน

ทนายวัยกลางคนยิ้มออกมาบาง ๆ พลางลอบถอนหายใจ ผู้หญิงคนนี้จะฟ้องเอาลูกไปอยู่กับตัวแต่กลับไม่หาข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามให้ดีเสียก่อน เพราะเรื่องที่เธอพูดมานั้นมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเลยแม้แต่น้อย เขาเรียบเรียงคำพูดอยู่ในหัวครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ บอกเรื่องเกี่ยวกับวาริชอย่างใจเย็น

“ผมว่าคุณเข้าใจผิดแล้วละ อย่างแรกเลยนะครับ ครอบครัวของคุณวาริชไม่เคยถูกฟ้องล้มละลาย นั่นเป็นเพียงข่าวลือที่บริษัทคู่แข่งปล่อยออกมาเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของบริษัทคุณวาริช จากข้อมูลที่ผมสืบค้นมาเนี่ย รู้สึกว่าตอนนั้นบริษัทของเขายื่นซองประมูลการทำแอปพลิเคชันบนมือถือให้ธนาคารแห่งหนึ่ง” เขายังพูดไม่จบ จิรวรรณก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“แต่ฉันได้ยินมาอย่างนั้นจริง ๆ นะคะ”

“ผมว่าคุณน่าจะฟังผิดมากกว่า หรือไม่ก็เข้าใจผิดไปเอง ตอนที่รับงานของคุณมาผมก็สืบเรื่องคุณวาริชทันที เพราะฉะนั้นเนี่ยข้อมูลของเขาอยู่ในมือผมทั้งหมด และเป็นข้อมูลจริงด้วย ไม่ใช่ข้อมูลเท็จ” เขาบอกเธอกลาย ๆ ว่าหากไม่เชื่อถือข้อมูลที่เขาพูดไป เกรงว่าเธอคงต้องไปหาจ้างทนายคนอื่นแล้ว

“ส่วนเรื่องคฤหาสน์หลังนั้นเขาก็ไม่ได้ขายทอดตลาดอย่างที่คุณเข้าใจนะครับ ชื่อเจ้าของยังเป็นคุณวาริชอยู่ และตอนนี้เขากำลังรีโนเวตใหม่ด้วยการรื้อหลังเดิมทิ้งไปแล้วปลูกใหม่ทับที่ดินเดิม ระหว่างที่รอบ้านสร้างเสร็จเขาก็เลยไปอยู่ที่คอนโดชั่วคราวก่อน ส่วนเรื่องรถนั้น ถ้าเดาไม่ผิดผมคิดว่าเป็นธรรมดาที่เขาจะเปลี่ยนจากคันละสิบกว่าล้านมาขับคันละล้านกว่า เพราะเขาเป็นพ่อคนแล้วและยังเป็นผู้บริหารในบริษัทอีกด้วย การขับรถสปอร์ตโฉบไปโฉบมาคงดูไม่ดีเท่าไร บริษัทซอฟต์แวร์ของเขาก็กำลังไปได้สวย ผลประการเป็นที่น่าพอใจเพราะมีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี”

ศิริศักดิ์ถอนหายใจแผ่วเพราะเห็นผลลัพธ์ของเรื่องนี้อยู่รำไร จึงพูดออกไปตามความจริง

“อีกอย่างนะครับ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้ก็คือศาลเขาไม่ได้พิจารณาแค่ว่าคุณเป็นแม่แล้วต้องมีสิทธิ์ในตัวลูกร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณเข้าใจ คนเป็นพ่อก็มีสิทธิ์เช่นกันเพราะเขาจดทะเบียนรับรองบุตร และตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายเลี้ยงดูมาโดยตลอด ศาลย่อมมองที่ประโยชน์และความรู้สึกของเด็กเป็นสำคัญครับ เขามีพยานมากมายที่จะช่วยยืนยันว่าเขาเลี้ยงลูกอย่างไร และเด็กมีความสุขหรือเป็นทุกข์มากกว่าเมื่ออยู่กับคนเป็นพ่อ ผมถึงได้บอกไงว่าหนูอันดามันน่ะเขาน่าจะผูกพันกับคนเป็นพ่อมากกว่า เรื่องนี้ศาลเขาพิจารณาได้ไม่ยากหรอกครับว่าเด็กควรอยู่กับใครมากกว่ากัน”

จิรวรรณนั่งยืดตัวตรง หน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี “ก็ไหนว่าคุณเป็นทนายที่ทำคดีเรื่องพวกนี้ได้เก่งที่สุด ฉันว่าคนพวกนั้นคงเข้าใจผิดแน่ ๆ เพราะเท่าที่ฉันดูเนี่ยน่าจะเป็นราคาคุยมากกว่า” หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากระเป๋ามาถือไว้

“ฉันจะจ้างทนายคนใหม่ ส่วนคุณฉันไม่จ้างแล้ว เงินมัดจำงวดแรกถือเสียว่าฉันทำบุญ!” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องทำงานของทนายความทันที เสียงรองเท้าส่วนสูงของเธอขณะย่ำไปบนพื้นนั้นดังไปทั่วสำนักงาน บ่งบอกอารมณ์ของเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่าขุ่นมัวแค่ไหน

ทนายวัยกลางคนได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ อย่างจนใจ “ต่อให้หาทนายทั้งประเทศคุณก็ไม่มีทางชนะหรอก”

อีกเรื่องหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไปนั่นก็คือจิรวรรณแต่งงานมาแล้วถึงสามครั้งภายในระยะเวลาห้าปีที่อยู่อเมริกา แม้ปัจจุบันหญิงสาวจะมีฐานะร่ำรวยเพราะได้สามีดี แต่หากศาลมาพิจารณาตรงจุดนี้ เธอก็เสียเปรียบแล้วเพราะถ้าเด็กได้ไปอยู่กับมารดาที่อเมริกาจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรจะมายืนยันได้ว่าจิรวรรณจะคบหากับสามีคนปัจจุบันไปได้ตลอดรอดฝั่ง และเธอจะแต่งงานใหม่อีกครั้งหรือไม่ ฉะนั้นการที่เด็กได้อยู่กับบิดาที่เลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะอย่างไรเสียความรู้สึกของเด็กก็ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

เมริสามาทำงานด้วยรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าตลอดเวลา เอ่ยปากทักทายทุกคนอย่างอารมณ์ดีจนคนอื่นมองแล้วอารมณ์ดีตามไปด้วย หญิงสาวเดินไปยืนหลังเคาน์เตอร์แล้วหยิบสมุดบันทึกการเบิกของมาตรวจเช็กตามปกติ แต่ทำทีเป็นมองผ่าน ๆ เหมือนไม่สนใจอะไรมากนัก ทั้งที่ความจริงแล้วหัวใจกำลังเต้นกระหน่ำ รอยยิ้มที่คลี่เต็มวงหน้าเมื่อครู่เริ่มจางลงทีละน้อย สายตาก็พยายามสอดส่ายมองหน้าผู้จัดการร้าน แต่เขาคงยังมาไม่ถึงจึงทำทีเป็นจัดเรียงของและเปิดตู้แช่เพื่อเช็กวัตถุดิบที่ต้องใช้อย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน

มีการเบิกสุราเกินจำเป็นอีกแล้ว!

รู้สึกว่าคนขโมยจะเริ่มลงมือถี่ขึ้นกว่าเดิม อาจเพราะก่อนหน้านี้เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจตรวจสอบบันทึกการสั่งเบิกของเท่าไรทั้งที่ความจริงแล้วเธอแอบตรวจเช็กทุกครั้ง หญิงสาวหยิบขวดวิสกี้ยี่ห้อหนึ่งขึ้นมา เมื่อวานเหลืออยู่ครึ่งขวดจึงแอบทำสัญลักษณ์ไว้ พอเห็นว่าระดับของของเหลวนั้นยังคงอยู่ตำแหน่งเดิมจึงเอาวางไว้ข้างกันกับขวดที่ยังไม่ได้เปิด

“เอ๊ะ!” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอมองสุราสองขวดนั้นสลับกันไปมาแล้วตัดสินใจใช้สมุดบันทึกวางตั้งไว้ด้านหลังเหมือนเป็นฉากให้ขวดสุราทั้งสองขวด จากนั้นก็ค้อมตัวลงเพื่อมองดูให้ชัด

ทั้งที่เป็นวิสกี้ยี่ห้อเดียวกัน ขวดขนาดเท่ากัน เพียงแต่อีกขวดนั้นเปิดไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกขวดนั้นยังไม่มีร่องรอยของการเปิด ทว่าสีของน้ำที่บรรจุอยู่ด้านในกลับแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหากไม่สังเกตให้ดีจะแทบไม่รู้เลย

แต่เธอรู้!

“อะไรเนี่ย เหล้าปลอมงั้นหรือ” หญิงสาวพึมพำเบา ๆ ก่อนจะรีบนำขวดที่ยังไม่ได้เปิดไปวางไว้ที่เดิมเมื่อเห็นเอ็ม รุ่นน้องประจำเคาน์เตอร์บาร์น้ำอีกคนกำลังเดินเข้ามา

**********************************************

 

เหล้าแต่ละยี่ห้อ จะมีสีไม่เหมือนกันเลยนะคะ ยกเว้นว้อดก้านะที่จะมีสีใสเหมือนกันเกือบทุกขวด แต่ถ้าเป็นยี่ห้ออื่น สีจะเป็นของใครของมันเลย (ฟังเขาเล่ามา อิอิ)

งานนี้ไม่รู้จีจี้จะวางแผนทำอะไรอีกรึเปล่า และพ่อธารจะรับมือยังไง เรามาคอยลุ้นไปด้วยกันนะคะ

แชร์นิยายที่คุณรัก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ
จรสจันทร์
(จำนวนผลงานนิยาย 2 เรื่อง 109 ตอน)

เรื่อง
ประเภทนิยาย
ตอน
จำนวนเข้าชม
อัพเดตล่าสุด
ประเภท :
นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ
ตอน :
55
เข้าชม :
1,173
อัพเดต :
09/01/2564
ประเภท :
นิยายรักโรแมนติก ซึ้งกินใจ
ตอน :
54
เข้าชม :
4,162
อัพเดต :
30/09/2563

เพิ่มความคิดเห็น

ชื่อ

ยังไม่มีความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิ!

คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนโดย VIP ให้นักเขียนเพิ่ม

มอบ VIP ขั้นต่ำ 1 บาท หรือให้มากกว่าตามความสมัครใจ เพื่อเปิดอ่านตอนก่อนใคร 7 วัน

คำเตือน
  • การมอบสินน้ำใจ (VIP) นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อนิยาย แต่เป็นการมอบกำลังใจเท่านั้น
  • นักเขียนยังคงมีสิทธิ์ในการลงนิยายจนจบเรื่อง หรือไม่จบเรื่องก็ได้
  • เนื่องจากการลงจบเรื่องในบางครั้ง อาจมีผลต่อการพิจารณาต้นฉบับในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ อันเป็นรายได้หลัก รวมทั้งความจำเป็นอื่นๆ
  • และการมอบสินน้ำใจนี้ ไม่สามารถนำไปหักส่วนลดได้ หลังจากนักเขียนกดปิดเรื่อง ขายจบเรื่อง

เหรียญของฉัน : 0

เมรีที่รัก

เธอเพิ่งอกหักมา แต่ทันทีที่เห็นหน้าเขาก็ถูกศรรักปักอกเข้าอย่างจัง

พ่อม่ายลูกติดผู้เกลียดน้ำเมาเข้าไส้ ขณะที่เธอ สาวบาร์เทนดี้หน้าใสผู้หลงใหลสีสันของสุรา

แล้วความรักของทั้งคู่จะลงเอยกันได้อีท่าไหนละนี่

 

 

โดย : จรสจันทร์
จำนวน : 49 ตอน


0

เหรียญของฉัน : 0

เมรีที่รัก

โดย : จรสจันทร์