คุณมี 0 เหรียญ VIP

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 54
Over All : 246
Favorites : 0

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 54
Over All : 246
Favorites : 0

พริกแกงกับแตงไทย

บทที่ 4 คู่ปรับวันแรก

นิยาย-เรื่องยาว : นิยายรักคอมเมดี้

        แม่บ้านมองชายหนุ่มและหญิงสาวที่ต้องยืนชิดกันในลิฟต์อย่างเห็นใจ ขณะที่ลิฟต์พาผู้โดยสารทั้งสามกับรถเข็นคันใหญ่ขึ้นตึกนั้นเอง เสียงสั่นเตือนโทรศัพท์มือถือได้ดังขึ้น พิศนภาเปิดกระเป๋าถือที่สะพายข้างเอวหยิบโทรศัพท์ที่วางซุกอยู่ด้านใน ไทศกรสะดุ้งฉับพลันเมื่อมือเรียวเล็กปัดโดนต้นขา และเหมือนยัยตัวแสบจะไม่รู้ตัว หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าขึ้นมาคุยเฉย ชายหนุ่มใบหน้าขึ้นสีเรื่อ
 
        ดีนะที่มือเธอปัดโดนแค่ตรงนั้น หากเขยิบไปทางขวาอีกนิด...คงได้ทักทายน้องชายเขาเป็นแน่แท้
 
        "ว่าไงคะแม่"
 
        "เย็นนี้ไปรับเจ้าแก๊ปด้วยนะพริก" เสียงดังลอดโทรศัพท์ออกมาจนคนในลิฟต์ได้ยิน
 
        "หนูเลิกงานห้าโมงนะคะ เจ้าแก๊ปจะรอไหวหรือ"
 
        "รอได้ ฝากกับครูไว้แล้ว" เสียงบอกจากมารดาพร้อมตัดสายสนทนาทันที
 
        '...แม่นะแม่ ทำไมชอบวางสายก่อนที่จะคุยจบด้วยนะ...'
 
        พริกแกงบ่นในใจ เธอเริ่มรับผิดชอบหลานชายวัยหกขวบตั้งแต่พี่สาวและพี่เขยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีที่แล้ว และนับแต่นั้นเธอก็ดูแลหลานชายคนนี้มาโดยตลอด
 
        ขณะที่คิดอะไรเพลิน ๆ หญิงสาวรู้สึกถึงลมอุ่น ๆ ที่สัมผัสต้นคอ
 
        หญิงสาวตัวแข็ง ไอคนลามก...กล้าดียังไงมาหายใจรดต้นคอเธอ
 
        ใบหน้าหวานหันไปกะจะด่า แต่เมื่อเห็นเขายกมือปิดปากหาวก็เข้าใจ
 
        'ลมหาวนายสินะ คนไร้มารยาทเอ้ยย' ...เธอด่าเขาทางสายตา
 
        "หน้าผมมีอะไรมัดใจคุณหรือครับ มองจัง"
 
        "มัดใจหรือ?...เฮอะ..หน้าอย่างนายน่ะ มัดใจหญิงคงไม่ได้ แต่ถ้ามัดใจชายก็ไม่แน่"
 
        "เฮ้ย..."
 
        ชายหนุ่มพูดได้แค่นั้น เสียงอัตโนมัติจากลิฟต์ก็ดังขึ้น
 
        “Twentieth Floor ชั้นยี่สิบ เชิญค่ะ”
 
        ประตูลิฟต์เปิดออก แม่บ้านมองพวกเขายิ้ม ๆ ก่อนดึงรถเข็นบรรจุถังน้ำดื่มออกไป
 
        พริกแกงแสนโล่งอก คนลามกข้างตัวจะได้ถอยไปยืนไกล ๆ ซะที แม้รู้ว่าสถานการณ์บังคับ ความที่รถเข็นคันใหญ่กินพื้นที่เกือบเต็มลิฟต์ทำให้เขาและเธอต้องยืนชิดกัน ทิฐิและประสบการณ์อันไม่ประทับใจทำให้อดมองคนข้างตัวในแง่ลบไม่ได้
 
        'เมื่อกี้เบียดตัวมาซะชิดเลยนะ ไอคนฉวยโอกาส'
 
        เธอตั้งใจหันหน้าไปด่าอีกรอบ แต่ต้องชะงักเมื่อเขาหันหน้ามาพอดี
 
        ...ตาสบตา...
 
        เป็นครั้งแรกที่เธอสบตาเขาตรงโดยตรง พริกแกงหน้าแดง ความรู้สึกแปลก ๆ ก่อขึ้นในใจและได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกไม่พอใจทันทีที่เขาพูดออกมา
 
        "ถอยไปสิคุณ มายืนเบียดผมทำไม"
 
        "นายสะกดคำว่า สุ-ภาพ-บุ-รุษ เป็นไหมฮะ" เธอพูดเน้นคำช้า ๆ ชัด ๆ
 
        "ผู้ชายที่ไหนให้สุภาพสตรีถอยก่อนไม่ทราบคะ"
 
        "ก็คุณดูไม่เป็นสุภาพสตรีตรงไหน ยัยม้าดีดกะโหลก"
 
        "ว่าไงนะ!"
 
        ก่อนที่การโต้เถียงจะยืดเยื้อไปกว่านี้ เสียงสวรรค์ก็ได้มาห้ามไว้
 
        "Thirtieth - floor…ชั้นสามสิบ เชิญค่ะ"
 
        เสียงอัตโนมัติพร้อมประตูลิฟต์ที่เปิดออก เผยที่ออฟฟิศกว้างขวางของบริษัท "แอรี่อีเวนต์" หรือ "AR&E" คนทั้งคู่ก้าวออกจากลิฟต์ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่คู่ปรับเผลอ แกล้งกระทุ้งข้อศอกเข้าไปที่เอวคนข้างตัวอย่างแรง โทษฐานที่หาว่าเธอเป็น ‘ม้าดีดกะโหลก’ แล้วรีบเดินหนีออกมา
 
        'ยัยตัวแสบ! ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงขออัดซะทีได้มั้ย' ชายหนุ่มยกมือกุมเอวเข่นเขี้ยวในใจ
 
        ชั่วโมงแรก ณ ที่ทำงานเป็นการแนะนำตัวต่อหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน พริกแกงเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่า คนที่เธอตราหน้าว่า 'ลามกปากจัด' นั้น ดันได้อยู่ในตำแหน่งงานเดียวกับเธออีกทั้งมีโปรหรือระยะเวลาทดลองงานสี่เดือนเหมือนกัน ต่อให้เด็กอนุบาลก็ยังรู้ งานนี้เธอกับเขาต้องแข่งขัน เพราะตอนสมัครงาน มีตำแหน่งว่างอยู่แค่หนึ่งตำแหน่งเท่านั้น ดังนั้นภายในสี่เดือนนี้ใครจะอยู่ใครจะไป!?
 
        'พี่เอก' หรือ เอกวิทย์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัท ที่วันนี้อยู่ในชุดสูทเนี๊ยบราวกับผู้จัดการธนาคาร สาวชุดยิปซีที่ชื่อ 'แป้ง' และชายหน้าโฉดนามว่า 'พี่เบิ้ม' ซึ่งเป็นกรรมการสัมภาษณ์ตอนสมัครงาน เรียกพวกเขาไปคุยหลังเสร็จสิ้นการแนะนำตัวพวกเขากับแผนกอื่น ๆ ในออฟฟิศแล้ว
 
        "ช่วงอาทิตย์แรกนี้ ให้ทำงานเป็นผู้ช่วยพี่กันไปก่อน เพราะน้องทั้งคู่ต้องเรียนรู้ว่าระบบงานของบริษัทเราว่าเป็นยังไง พออาทิตย์ต่อไปต้องรับงานและรันโปรเจคกันเองแล้วนะ"
เฮียเบิ้มแจง หันไปหาสาวยิปซีที่วันนี้เหมือนเอาผ้าถุงมาตัดกระโปรงใส่
 
        "แป้งพาน้องพริกไปเรียนรู้งานนะ ส่วนไท..." คนหน้าโหดมองไปที่น้องใหม่กระตุกยิ้ม
 
        "มากับพี่ วันนี้จะพาไปเรียนรู้งานข้างนอก"
 
        คนถูกจองตัวไปข้างนอกกลืนน้ำลายเฮือก พี่เบิ้มนี่แหละที่เล่นงานเขาหนักตอนสัมภาษณ์ มาคราวนี้จะโดนอะไรอีก...
 
        "เดี๋ยวเช้านี้พี่ไปจะคุยงานกับลูกค้า และจะแวะไปดูสถานที่จัดงานด้วย น่าจะกลับเข้าออฟฟิศช่วงบ่ายนะ"
 
        "ไม่ต้องห่วงครับ เมื่อพี่กลับมารับรองว่าอาร์ตเวิร์คงานอีเวนต์ 'แป้งเด็กเสือน้อย' นอนรออยู่บนโต๊ะพี่อย่างแน่นอน"
 
        นายเก่ง หัวหน้าแผนกฝ่ายศิลป์ของบริษัทให้คำมั่น ก่อนเดินไปตบบ่าน้องใหม่ ยิ้มขบขัน
 
        “มาวันแรกก็ได้ออกรอบกับพี่เบิ้มเลย โชคดีนะน้อง”
 
        หลังคนหน้าโหดหิ้วไทศกรออกไปจากออฟฟิศแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคิวของ ‘พิศนภา’ หรือ ‘พริกแกง’ กับหัวหน้างานสาวไม่แท้แต่ใจรัก ผู้รั้งตำแหน่งผู้จัดการโครงการและงานอีเวนต์ (Project & Event Manager)
 
        "พี่ชื่อแป้งนะ เรียก ‘พาวเดอร์’ ก็ได้" (powder = แป้ง)
 
        ใบหน้าสวยจากมีดหมอยิ้มหวานเป็นกันเองกับน้องใหม่ พริกแกงแอบคิดว่าคนตรงหน้าจะสวยกว่านี้แน่ ถ้าได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงด้วยเพราะเสียงแม่ห้าวเหลือเกิน ส่วน 'ฉายาพาวเดอร์' นั้น มารู้ทีหลังจากบรรดาขาเมาท์ในออฟฟิศ ใครๆ ก็เรียกว่า 'เจ๊แป้งพาวเวอร์!' ไม่ใช่พาวเดอร์ สาเหตุเพราะงานทุกชิ้นที่ผ่านมือเจ๊ยิปซีคนนี้ ต้องดูดี มีชาติตระกูล สมบูรณ์แบบ ถ้างานไหนไม่ถูกใจเข้าละก็ เจ๊จะวีน!
 
        "พี่เบิ้มเขาพาไทไปคุยงานและดูสถานที่จัดอีเวนต์งานวันเด็กให้กับบริษัทแป้งเด็กเสือน้อย งานเด็ก ๆ อย่างนั้น ไม่ค่อยถนัดมือพี่หรอก พี่ชอบงานสวย ๆ งาม ๆ ตามสไตล์ผู้หญิงเรามากกว่า"
 
        รุ่นน้องกะพริบตาสองสามที มองพี่เลี้ยงวาดมือไปในอากาศ
 
        "ผลงานทุกชิ้นที่ผ่านมือพี่มันต้องดื่มด่ำกับศิลปะ น้องพริกจำไว้นะคะ งานที่เราสร้างสรรค์ มันเหมือนกับการวาดสีน้ำบนผืนผ้าใบ มันจะงดงามได้อย่างเหนือธรรมชาติ ถ้าเราทุ่มเทจิตวิญญาณให้กับมัน"
 
        พริกแกงอ้าปากค้าง เจ๊พี่เลี้ยงลดมือลงสั่งงานรุ่นน้องทันที
 
        "เดี๋ยวน้องพริกดูรายละเอียดน้ำหอมให้พี่หน่อยนะ บริษัทพรีสพีน คอสเมติก จ้างเราทำอีเวนต์โฆษณาน้ำหอมตัวใหม่ให้เขา"
 
        ด้านไทศกรและพี่เบิ้มลงลิฟต์ไปที่ลานจอดรถชั้นล่างของตึก พี่เบิ้มเดินตัวปลิว ส่วนน้องใหม่ยังไม่ผ่านโปรต้องแบกของหนัก ทั้งกระเป๋าเอกสาร คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป แถมกระเช้ารังนกซึ่งพี่เบิ้มนำไปเป็นของกำนัลให้กับลูกค้า
 
        รถเยอรมันสีดำราคาแพงจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ พี่เบิ้มเดินไป ไทศกรเดินตาม
 
        'เห็นอย่างนี้ ผ้าขี้ริ้วห่อทองนะเนี่ย…'
 
        ชายหนุ่มคิดและก็ต้องคิดใหม่ทันที เมื่อลูกพี่หน้าโหดเดินผ่านรถเยอรมันคันละสามล้าน ไปยังรถมอเตอร์ไซด์ซึ่งจอดเรียงเป็นตับ
 
        'ที่แท้ก็ไปแมงกะไซด์ ดีเหมือนกัน เร็วดี..' น้องใหม่นึกในใจ เดินตามหลังหัวหน้างานไป
 
        และแล้ว พี่เบิ้มก็หยุดฝีเท้าตรงหน้ารถช๊อปเปอร์สีน้ำเงินสุดเท่คันหนึ่ง
 
        'สมแล้ว รถเหมาะกับใบหน้าพี่เป๊ะ' ไทศกรคิดขำ ๆ ก่อนจะขำไม่ออกเมื่อ พี่เบิ้มหันมาถาม
 
        "หนักไหมไท ทนหน่อยนะ เดินอีกนิดก็ถึงรถพี่แล้ว"
 
        นี่หรือรถพี่เบิ้ม
 
        จักรยานแม่บ้านตรากระต่าย ด้านหน้ามีตะกร้าสำหรับจ่ายตลาด
 
        "ไทขี่จักรยานเป็นไหม"
 
        "เป็นครับ"
 
        "ดี เดี๋ยวพี่นั่งซ้อนท้าย เอากระเป๋าเอกสารไว้ในตะกร้าด้านหน้านะ ส่วนคอมกับกระเช้ารังนกเอามา พี่ถือเอง" คนตัวใหญ่สั่ง
 
        "ห้างสรรพสินค้าที่เราไปมันห่างออฟฟิศเราไปแค่สองช่วงถนน ราว ๆ สองป้ายรถเมล์ ใกล้แค่นี้ขี่จักรยานไปก็พอ น้ำมันตอนนี้มันแพง อะไรที่เราประหยัดเพื่อบริษัทได้ก็ประหยัดนะไท โบนัสตอนสิ้นปีจะได้เยอะ ๆ แถมยังช่วยลดโลกร้อนด้วย"
 
        "ขึ้นรถเลยพี่ พร้อมไปแล้วครับ"
 
        คนอ่อนวัยเตรียมสตาร์ทรถถีบสองล้อ หลังเอากระเป๋าเอกสารใส่ตะกร้าและส่งของให้คนนั่งซ้อนท้ายจักรยาน คนหน้าโหดกลั้นยิ้ม ตอนแรกเขานึกว่าจะได้ยินเสียงบ่นโอดครวญจากน้องใหม่ซะอีก เพราะเคยได้ยินมาแล้วกับนักศึกษาที่เคยมาฝึกงานที่บริษัท และโดนแกล้งแบบนี้เหมือนกัน อันที่จริงจะขับรถของบริษัทไปก็ได้ แต่งานนี้ ขอทดสอบความอดทนของน้องใหม่หน่อยเถอะ!
 
        ณ ห้องน้ำหญิง แหล่งซุบซิบประจำสำหรับสาว ๆ ออฟฟิศ 'แอรี่อีเวนต์' ที่มาทำธุระส่วนตัว (ภาษาราชการ) หรือแอบมาอู้งาน (ภาษาชาวบ้าน)
 
        กระจกสะท้อนใบหน้ากลมของคนกำลังเติมแป้ง เธอกำลังตกแต่งใบหน้าให้ดูสวยขึ้นหลังจากเครื่องสำอางที่โบ๊ะไว้ยามเช้าเริ่มจางลงในยามสาย พลันประตูห้องน้ำด้านหลังเปิดออกมา สาวหุ่นดีแต่งกายทันสมัยเดินออกมากดสบู่ที่อ่างล้างมือ คนกำลังปัดแก้มให้ขาวเนียนหันไปคุยด้วย
 
        "นี่พิม เห็นน้องใหม่แล้วหรือยัง ที่มาแทนพี่โจ้ที่ออกไปเมื่อเดือนที่แล้วน่ะ"
 
        "ใช่น้องผู้หญิงที่ชื่อพริกที่อยู่กับเจ๊พาวเวอร์ใช่มั้ยคะ เมื่อเช้าเห็นไกล ๆ ก็ดูน่ารักดีนะคะ"
 
        "นั่นก็ใช่ แต่ยังมีอีกคน น้องผู้ชายชื่อไท...งานดี สเป๊คพี่เลยล่ะ"
 
        "ผู้ชาย!?"
 
        "ใช่จ้า อ้อ..ลืมไป เมื่อเช้าพิมมาทำงานสายนี่ น้องไทเขาออกไปงานข้างนอกกับพี่เบิ้มก่อนที่พิมจะมา"
 
        คนตอบแอบเหน็บแนม มีหรือคนถูกเหน็บว่ามาเข้างานสายจะไม่รู้ แต่เธอก็ยังคงยิ้มหวานต่อบทสนทนาต่อไป
 
        "อ้าว ไหนว่าตำแหน่ง APE เขาเอาคนเดียวไม่ใช่หรือคะ ทำไมหลุดมาได้สองคน"
 
        (ในเรื่องนี้ APE หมายถึง ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการและงานอีเวนต์ Assistant Project & Event Manager)
 
        "ข่าววงในเขาว่าพี่แป้งกับพี่เบิ้มถูกใจทั้งสองคน เลือกไม่ถูกเลยให้มาลองงานกันทั้งคู่ เห็นว่าโปรสี่เดือนล่ะ ถ้าใครมีผลงานก็คงได้อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่โดนใจพวกผู้ใหญ่ก็คงโดนเด้งไป"
 
        "หรืออาจจะโดนเด้งทั้งคู่ก็เป็นไปได้นะคะ พิมเห็นน้องพริกเขาน่ารักดี แต่ดูอ่อนโลกยังไงไม่รู้สิคะ"
 
        น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของพิมสิรี ทำเอาคนที่นั่งทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำห้องในสุดออกอาการเคือง
 
        แน่สิ... ฉันไม่ได้ 'กร้านโลก' แบบเธอนี่' พริกแกงเข้าห้องน้ำและได้ยินการสนทนาที่พาดพิงอย่างบังเอิญ มาวันแรกยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็โดนนินทาว่าอ่อนโลกซะแล้ว
 
        'อันนินทากาเลเหมือนเทแกลบ แสบ ๆ คัน ๆ หัวใจ คอยดูนะเจ้พิม ฉันจะใช้ผลงานพิสูจน์ตัวเอง' พิศนภาฮึด
 
        น้องใหม่คว้าแฟ้มเอกสารเดินกระฉับกระเฉงไปหาพี่พาวเดอร์ที่ห้อง ระหว่างทางมีเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ทักทายเธอเป็นระยะ เธอยิ้มทักทายตอบ ท่องในใจถึงกฎเหล็กแห่งการอยู่รอดในที่ทำงาน
 
        ‘ในช่วงแรกต้องมือไม้อ่อน ดูดี และเป็นมิตร’
 
        "ได้แล้วค่ะพี่แป้ง" ลิสต์รายการน้ำหอมและไอเดียการจัดงานโฆษณาถูกส่งให้ถึงมือหัวหน้า
 
        "ทำงานเร็วใช้ได้เลยนะ" ยิปซีสาวชม เธอสั่งงานตอนสิบโมง บ่ายโมงก็ได้งานแล้ว
 
        "ได้กำลังใจมาเยอะค่ะ"
 
        เธอต้องลบคำสบประมาทที่โดนในห้องน้ำนั่นให้ได้ ที่สำคัญเธอต้องให้ได้ผลงานที่ดีกว่า 'นายไท' ด้วย!
 
        "พริก"
 
        "น้องพริก!"
 
        "คะ" เธอสะดุ้งจากภวังค์ความคิด หลังถูกเรียกเสียงดัง
 
        "มัวคิดอะไรจ๊ะ พี่เรียกตั้งหลายที อย่าบอกนะว่าคิดถึงแฟน"
 
        คิดถึงแฟน ..ใบหน้าคมคายสายตากวน ๆ ของนายไทลอยขึ้นมา หญิงสาวสะบัดหน้าอย่างแรง แฟนที่ไหน..ศัตรูตัวฉกาจต่างหาก!
 
        "ถ้ามีข้อสงสัยในงานตรงไหนให้ถามเลยนะ ร่วมงานกันก็ต้องเปิดใจจูนความคิดให้ตรงกัน"
 
        "ไม่มีอะไรสงสัยค่ะพี่แป้ง ทุกอย่างโอเคค่ะ" รอยยิ้มใส ๆ ที่ส่งมาทำให้รุ่นพี่เอ็นดู
 
        "ดีค่ะ งั้นเอาแฟ้มนี่ไปให้คนชื่อ 'พิม' หน่อย ฝ่าย PR นะ งานที่เหลือมันเป็นงานประชาสัมพันธ์แล้ว" หัวหน้าสาวสั่ง
 
        "พิม" พิศนภานึกถึงคนที่นินทาเธอในห้องน้ำเมื่อเช้าก็ชื่อพิมเหมือนกัน
 
        "ใช่ พิมสิรี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ เมื่อเช้าน้องพริกอาจยังไม่เจอเพราะยัยนี่มาทำงานสาย ไปที่แผนก PR นะ มองหาคนหุ่นดี ๆ แต่แต่งตัวไร้รสนิยม คนนั้นแหละ"
 
        ไทศกรจอดรถจักรยานใต้ตึกสำนักงานหลังกลับจากติดต่อลูกค้า พี่เบิ้มลงจากรถยิ้มกว้าง
 
        "ขอบใจมากนะไท แข็งแรงใช้ได้เลยนะเนี่ย ถ้าไม่ติดว่าได้งานที่นี่พี่จะส่งเราไปเป็นนักปั่นทีมชาติ"
 
        พี่เลี้ยงหน้าโหดตบไหล่เขาสองสามที ชายหนุ่มยิ้มแห้งจะว่าไปแล้วเหงือกแห้งเลยต่างหาก แดดบ่ายแสนร้อน เสื้อเชิ๊ตที่ใส่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เมื่อยขาสุด ๆ ไหนพี่เบิ้มบอกระยะทางจากบริษัทถึงห้างสรรพสินค้าแค่ 'สองป้ายรถเมล์' เขานับได้ถึง 'หกป้ายรถเมล์' แถมเบาะหลังก็หนัก น้ำหนักเฮียหน้าโหดต้องไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบกิโลแน่ ยางไม่แตกระหว่างทางก็บุญโขแล้ว หลังจอดรถจักรยานเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็หิ้วคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป และกระเป๋าเอกสารตามลูกพี่ขึ้นออฟฟิศบริษัท
 
        พี่เบิ้มแวะมาคุยที่แผนกประชาสัมพันธ์
 
        "ไงพิม งานแป้งเด็กที่พี่ให้ไปพีอาร์ เป็นอย่างไรบ้าง "
 
        "เรียบร้อยค่ะ"
 
        "ดีมาก อีกห้าวันก็งานจริงแล้ว พี่ไม่อยากให้ผิดพลาด" คนตัวใหญ่ย้ำ ขณะที่พิมสิรีมองชายหนุ่มที่เพิ่งเดินตามเข้ามาอย่างสนใจ
 
        "อ้าวไท มารู้จักน้องพิมหน่อย หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเรา"
 
        "สวัสดีครับ"
 
        "สวัสดีค่ะ พิมสิรีค่ะ เรียกพิมได้นะคะ" ใบหน้าเรียวเอียงน้อย ๆ พินิจชายหนุ่ม รอยยิ้มหวานแสดงความเป็นกันเอง
 
        "มาทำตำแหน่ง APE แทนพี่โจ้ใช่มั้ยคะ"
 
        "ใช่ รู้จักกันไว้ อีกหน่อยต้องทำงานร่วมกัน แล้วก็มีน้องผู้หญิงอีกคน นั่นไงเดินมาพอดีเลย น้องพริก"
 
        พิศนภายิ้ม ยื่นเอกสารที่พี่แป้งฝากมาให้พิมสิรี
 
        "ขอบคุณค่ะ" หัวหน้าประชาสัมพันธ์สาวรับเอกสารมา
 
        "เห็นน้องพริกทำงานอยู่กับพี่แป้ง อาจเหนื่อยหน่อยนะคะ"
 
        เธอหัวเราะด้วยเสียงเยาะ ๆ พิกล พริกแกงเก็บข้อมูลทันที เจ๊พิมกับเจ๊แป้งต้องไม่ถูกกันแน่
 
        เมื่อถึงเวลาห้าโมงซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน พนักงานในบริษัทต่างแยกย้ายกลับบ้าน พริกแกงเก็บของใส่กระเป๋ารีบลงจากตึกสำนักงานไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปรับหลานชายที่โรงเรียน เธอเดินไปที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติบนสถานีรถไฟฟ้า จังหวะหยอดเหรียญอันสุดท้ายเพื่อซื้อบัตรโดยสารนั้นเอง เธอเผลอทำเหรียญหล่นพื้น
 
        "ตายล่ะ"
 
        หญิงสาวกวาดสายตาไปที่พื้น ด้วยความที่สีของเหรียญกับสีของพื้นมีความใกล้เคียงทำให้มองหายากขึ้นไปอีก เมื่อหาเหรียญที่หล่นไม่เจอ เลยต้องหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา และพบว่าในกระเป๋ามีแต่ธนบัตรใบละห้าร้อย เธอมองซ้ายมองขวา คนต่อคิวด้านหลังมองเธออย่างหงุดหงิด เดินเลี่ยงออกไปใช้บริการตู้จำหน่ายตั๋วอื่นแทน จังหวะนั้นเองมือปริศนาหนึ่งได้เอื้อมมาหยอดเหรียญให้ ตั๋วรถไฟฟ้าเด้งออกมาพร้อมเสียงทุ้มกวน
 
        "รีบรับตั๋วไปสิคุณ คนข้างหลังเขารออยู่ ชักช้าเป็นหอยทากไปได้"
 
        "นาย!"
 
        วงหน้าขาวขึ้นสีเรื่อเมื่อหันไปเจอใบหน้าคมคายของไทศกรอยู่ห่างเธอแค่คืบ
 
        ชายหนุ่มเองก็ตกใจนึกไม่ถึงว่ายัยตัวแสบจะถอยหลังหันหน้ามา ถ้ายืนใกล้เธออีกนิดรับรองว่าริมฝีปากเขาได้เฉียดบนแก้มขาวอมชมพูนั้นแน่ ๆ
 
        "หลบไปหน่อยครับหอยทาก ผมจะได้ซื้อตั๋วบ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยแก้ขัดเขิน
 
        หญิงสาวขยับตัวออกมา แอบเคืองคนว่าเธอเป็น ‘หอยทาก’ เมื่อหันไปเห็นร้านขายของบนสถานีรถไฟฟ้า จึงรีบเดินไปขอแลกเงินมาคืนชายหนุ่มทันที
 
        ขณะที่รอรถไฟฟ้าตรงชานชาลา เหตุการณ์ปะทะคารมย่อย ๆ ของทั้งคู่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง พริกแกงแกล้งพูดเสียหวานเลียนแบบพิมสิรี
 
        "ไปดูงานข้างนอกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง สนุกมั้ยคะ"
 
        "ก็ดีครับ"
 
        ในเมื่อเธอสุภาพมา เขาก็สุภาพไป และไม่ทันไรแม่ตัวดีเปิดฉากกัดทันที
 
        "สบายล่ะสินาย ได้ออกไปเที่ยว ไม่ต้องทำงานยิก ๆ ในออฟฟิศเหมือนฉัน"
 
        "สบายเรอะ คุณลองออกไปแบบผมมั้ยล่ะ"
 
        ชายหนุ่มนึกสภาพตนเองที่วันนี้ปั่นจักรยานท่ามกลางแดดเปรี้ยง ขณะที่หัวหน้าอย่างพี่เบิ้มนั่งซ้อนท้ายสวมหมวกและแว่นกันแดด
 
        "อยู่ในออฟฟิศเย็น ๆ บ่นอีก อายุก็ไม่มากแต่บ่นเหมือนผู้หญิงวัยทองไปได้"
 
        เสียงชายหนุ่มไม่ดังแต่ก็ไม่เบา กลุ่มคนที่ยืนต่อคิวรอรถไฟฟ้าข้าง ๆ หันมามอง 'ผู้หญิงวัยทอง'
 
        "นาย!" ไม่ทันที่หญิงสาวได้ตอบโต้ รถไฟฟ้าได้แล่นเข้าเทียบชานชาลา
 
        "ผมไม่อยู่เถียงด้วยล่ะ วันนี้เหนื่อยอยากกลับบ้านพักผ่อน อีกอย่างนี่ห้าโมงกว่าแล้ว คุณต้องไปรับลูกไม่ใช่รึ"
 
        ชายหนุ่มจำที่หญิงสาวคุยโทรศัพท์กับมารดาในลิฟต์เมื่อเช้าได้ เสียงที่รอดออกมาจากโทรศัพท์เหมือนเธอต้องไปรับเด็กที่ไหนสักแห่ง
 
        "ลูกใครฮะ หลานต่างหากย่ะ! บ้าเอ๊ย..ฉันเสียหายเพราะปากนายเนี่ยแหละ! ผู้ชายปากเสีย!"
 
        ร่างบางเดินผละไปขึ้นรถไฟฟ้าที่ตู้หัวขบวน ทิ้งให้ผู้ชายปากเสียยืนอึ้งไปห้าวินาที ก่อนรอยยิ้มน้อยๆ จะเผยขึ้นที่ริมฝีปาก
 
        'หลานรึ แปลว่ายัยพริกเผ็ดนี่ยังโสด'
 
        อารมณ์ดีใจแปลก ๆ เกิดขึ้นในหัวใจ เขารีบกดความรู้สึกนั้นลงไป เรียกความสะใจขึ้นมาแทน
 
        'ดีแล้วล่ะที่ไม่มีใครเอา'
 
        ชายหนุ่มสะพายกระเป๋าเดินเข้ารถไฟฟ้า ตอนแรกกะว่าจะเดินไปตอแยเธอต่อที่ตู้รถหัวขบวนแต่คิดไปคิดมา
 
        อย่าดีกว่าขี้เกียจเดินหา... ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็ต้องเจอกันอีก!
 

แชร์นิยายที่คุณรัก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ
หุ่นกระป๋อง
(จำนวนผลงานนิยาย 0 เรื่อง 0 ตอน)

เรื่อง
ประเภทนิยาย
ตอน
จำนวนเข้าชม
อัพเดตล่าสุด

เพิ่มความคิดเห็น

ชื่อ

ยังไม่มีความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิ!

คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนโดย VIP ให้นักเขียนเพิ่ม

มอบ VIP ขั้นต่ำ 1 บาท หรือให้มากกว่าตามความสมัครใจ เพื่อเปิดอ่านตอนก่อนใคร 7 วัน

คำเตือน
  • การมอบสินน้ำใจ (VIP) นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อนิยาย แต่เป็นการมอบกำลังใจเท่านั้น
  • นักเขียนยังคงมีสิทธิ์ในการลงนิยายจนจบเรื่อง หรือไม่จบเรื่องก็ได้
  • เนื่องจากการลงจบเรื่องในบางครั้ง อาจมีผลต่อการพิจารณาต้นฉบับในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ อันเป็นรายได้หลัก รวมทั้งความจำเป็นอื่นๆ
  • และการมอบสินน้ำใจนี้ ไม่สามารถนำไปหักส่วนลดได้ หลังจากนักเขียนกดปิดเรื่อง ขายจบเรื่อง

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

        “ฝ่ายเจ้าสาวคนสวยรู้จักเจ้าบ่าวได้ยังไงครับ”

        “เผอิญเขาเดินมาขอเบอร์ค่ะ”

        “โอ้ ฝ่ายเจ้าบ่าวรุกเร็วใช่เล่นนะครับ เจอปุ๊บ ขอเบอร์ปั๊บ!” พิธีกรแซว

        “เอ่อ...เบอร์รองเท้าค่ะ"

โดย : หุ่นกระป๋อง
จำนวน : 13 ตอน


0

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

โดย : หุ่นกระป๋อง