คุณมี 0 เหรียญ VIP

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 55
Over All : 247
Favorites : 0

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 55
Over All : 247
Favorites : 0

พริกแกงกับแตงไทย

บทที่ 8 ไม้กันหมา

นิยาย-เรื่องยาว : นิยายรักคอมเมดี้

        พิศนภานั่งรอที่เก้าอี้รับแขก วันนี้เธอต้องมาติดต่องานกับผู้จัดการบริษัท ‘สบู่เหลวเลิฟ’ ซึ่งจ้างบริษัทแอรี่อีเวนต์ที่เธอทำงานอยู่ ให้ทำโฆษณาและอีเวนต์งานเปิดตัวสินค้าใหม่
 
        แม้สายตาจะมองเอกสารในมือแต่ใจเธอดันวนเวียนอยู่กับคำพูดของพี่เบิ้มก่อนที่จะเดินทางมาติดต่อลูกค้า
 
        “พริกก็ไปคุยงานตามเดิม แต่ว่าให้ไทไปกับพริกด้วย ไปเป็นไม้กันหมา”
 
        หันมอง ‘ไม้กันหมา’ กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ข้าง ๆ รู้ดีว่ามาเพื่อป้องกันลูกค้าทำรุ่มร่ามใส่ ที่จริงหัวหน้าจะส่งคนอื่นมากับเธอก็ได้ แต่ทำไมต้องส่งคู่แข่งงานอย่างหมอนี่มาด้วย!?
 
        "มองจัง ระวังหลงเสน่ห์ผมนะครับ"
 
        ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มกวน ๆ ให้ หญิงสาวแกล้งทำสีหน้าเบื่อหน่ายใส่
 
        "หลงตัวเองเกินไปล่ะ ถ้าคิดแบบนี้แล้วมันสบายใจล่ะก็ ฉันไม่ขออธิบายไม่ไหวจะเคลียร์"
 
        นายไทอึ้ง ยัยตัวแสบด่าเขาใช่ไหมนี่ ไม่ทันที่จะได้โต้คารมกลับพนักงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาขัดตาทัพไว้
 
        "ขอโทษนะคะที่ให้รอ เชิญทางนี้เลยค่ะ"
 
        เลขาสาวผายมือเดินนำคนทั้งคู่ไปยังห้องผู้จัดการสบู่เหลวเลิฟ ระหว่างทางเดินนายไทสังเกตเห็นแมงมุมตัวหนึ่งเกาะอยู่บนสาบเสื้อด้านหลังหญิงสาว ด้วยหวังดีจึงเอื้อมมือจะปัดออกให้ สัญชาตญาณแมงมุมพอรู้ว่ามีคนจะมาทำร้าย มันจึงชักใยรูดตัวลงมาอย่างเร็ว แต่ชายหนุ่มไวกว่า เลื่อนมือตามจับหมับ!
 
        "ทะลึ่งแล้ว! เอามือออกไปนะ! " พริกแกงตกใจ อยู่ดี ๆ นายไทก็มาแตะบั้นท้ายเธอ!
 
        มือเรียวยกแฟ้มเอกสารตีเข้าไปที่มือลามก ความเจ็บและตกใจทำให้เขาปล่อยมือ แมงมุมจึงกระเด็นตกพื้นก่อนมุดหายลงไปใต้พรม
 
        "คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิด เมื่อกี้มีแมงมุมเกาะหลังคุณ ผมแค่จะเอามันออกให้" จำเลยลามกรีบชี้แจง
 
        "ไหนล่ะแมงมุม" โจทก์ถามหาหลักฐานเสียงเครียด
 
        "ตกพื้นหายไปแล้ว"
 
        วงหน้าหวานมองพื้นแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ
 
        "แมงมุมจริง ๆ สาบานเลย" นายไทย้ำ
 
        ตาสบตา.. แววตาของเขาไม่ได้โกหก ครั้งนี้เธอจะยอมเชื่อก็ได้แต่ขอคาดโทษไว้ก่อน
 
        "ถึงพี่เบิ้มจะให้นายมาด้วยเพราะเหตุผลบ้า ๆ นั่น แต่นายก็ไม่มีสิทธิ์มาทำรุ่มร่ามกับฉันเข้าใจไหมคะ ถ้าคราวหน้ามีแมงมุมหรือสัตว์ประหลาดอะไรมาเกาะ ก็ต้องบอกให้รู้ตัวกันก่อน ไม่ใช่มาถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้นะคะ"
 
        เธอกระซิบขู่ ชายหนุ่มรีบพยักหน้าขอโทษ เพราะเมื่อครู่นั้นโดนบั้นท้ายนิ่ม ๆ ของยัยพริกแห้งจริง
 
        "มีอะไรหรือเปล่าคะ? " เลขาที่เดินนำหันกลับมามอง หลังได้ยินเสียงโต้เถียงกันเบา ๆ
 
        "ไม่มีครับ/ค่ะ" ทั้งคู่หันมายิ้มตอบพร้อมกัน
 
        "ค่ะ งั้นเชิญเลยนะคะ"
 
 
        เลขาสาวเคาะประตูห้องผู้จัดการสองครั้ง ผลักบานประตูเข้าไป แม้หญิงสาวจะถูกเตือนให้ระวังถึงความเจ้าชู้ของลูกค้ารายนี้แต่เธอก็ไม่หวั่น เดินเข้าไปติดต่องานอย่างมั่นใจ
 
        หนุ่มใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา ผิวพรรณสะอาดสำอางเป็นผู้ดีทุกระเบียบนิ้วเงยหน้าจากโต๊ะทำงาน แววตากรุ้มกริ่มมองคนที่เพิ่งเข้ามาแล้วรีบลุกขึ้นแนะนำตัวเอง โดยจับมือทักทายหญิงสาวเป็นคนแรก
 
        "สวัสดีครับ ผม 'สุธี' เป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์สบู่เหลวเลิฟครับ"
 
        "พิศนภาค่ะ ตัวแทนจากแอรี่อีเวนต์ที่รับโพรเจกต์เปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ค่ะ"
 
        "คุณพริกใช่มั้ยครับ"
 
        "ค่ะ"
 
        แก้มขาวขึ้นสีเรื่อเมื่อถูกมอง หนุ่มใหญ่ดูอบอุ่นส่งรอยยิ้มมีเสน่ห์ให้
 
        "เมื่อครู่คุณแป้งโทรมาแจ้งผมว่าวันนี้จะส่งลูกน้องคนสวยมาคุยงานแทน"
 
        คำว่า ...'คนสวย'... ถูกขัดด้วยเสียงกระแอมไอดังจากชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ในห้อง
 
        "ขอโทษครับ ผมแพ้อากาศเย็น ๆ น่ะครับ"
 
        พริกแกงค้อนนายไทตาเขียว มีหรือเธอจะไม่รู้ว่าหมอนี่จงใจ ‘แกล้งไอ’ ขัดคำพูดนั้น
 
        ผู้จัดการสบู่หยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศที่วางบนโต๊ะทำงาน ปรับอุณหภูมิห้องเป็น 26 องศาเซลเซียสแล้วหันมาทางชายหนุ่มอีกคนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลังมองสำรวจชายหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจึงยื่นมือให้
 
        "คุณไทศกรใช่มั้ยครับ"
 
        นายไทจับมือทักทายตอบ รู้สึกว่านายสำอางนี่บีบมือเขาแรงพิกล.. แต่ช่างเถอะ ด้วยความอยากแกล้งคู่แข่งงานเต็มพิกัด ทำให้เขาปฏิบัติภารกิจ ‘ไม้กันหมา’ ที่หัวหน้าสั่งมาทันที
 
        "ผมเป็นผู้ช่วยคุณพริกครับ " แนะนำตัวเองก่อนหันไปยิ้มให้หญิงสาวด้วยสีหน้าสนิทสนม ขยับยืนชิดร่างบางข้างตัว พริกแกงสีหน้าปั้นยาก ลูกค้าเจ้าชู้ยังดูอันตรายน้อยกว่านายไทตัวร้ายซะอีก!
 
        นายสุธีมองชายหนุ่มซึ่งยืนเคียงข้างหญิงสาวอย่างประเมิน แม้ใบหน้าของผู้จัดการสบู่เหลวจะยิ้มแต่ในใจนั้นยากแท้หยั่งถึง
 
        "งั้นเรามาคุยงานกันเลยมั้ยครับ"
 
        คนทั้งสามคุยงานกันที่เก้าอี้โซฟาในห้องผู้จัดการ หลังคุยงานไปได้หนึ่งชั่วโมงนายไทก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ตอนนี้เหลือพริกแกงคุยงานกับผู้จัดการสบู่เพียงสองคน
 
        "ขอบคุณที่ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้นะครับ ทางเราต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างมีสไตล์ มีเสน่ห์และยั่วยวน…"
 
        นายสุธีพูดพลางมองหญิงสาวที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตาไม่กะพริบ พริกแกงซึ่งมัวแต่สนใจเอกสารในมือ ไม่ทันสังเกตแววตาแปลก ๆ ของลูกค้า
 
        "ตอนนี้แพลนงานทุกอย่างโอเคแล้วนะคะ สำหรับวันเปิดตัวสินค้าที่คุณสุธีเคยขอไว้เป็นช่วงระหว่างวันที่ 12-16 มีนาคมนั้น ไม่ทราบว่าจะสามารถกำหนดวันที่แน่นอนได้เลยไหมคะ"
 
        ใบหน้าหวานเงยหน้าถาม แต่ต้องชะงักกับสายตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่ที่กำลังมองเรียวขาขาว ๆ ของเธอด้วยแววตาพอใจ
 
        'แอร้ยย..มองอะไรฮะ! '
 
        ความกลัวจู่โจมหญิงสาวแต่ความเคืองมีมากกว่า เธออยากจะเอาปากกาจิ้มตาคนตัณหากลับแต่ทำไม่ได้เพราะเป็นลูกค้าคนสำคัญ
 
        'ทำไงดี' เป็นครั้งแรกที่ต้องการให้นายไทมานั่งเคียงข้าง หมอนั่นแวบออกไปเข้าห้องน้ำยังไม่กลับมา ตอนนี้ได้แต่ภาวนาขอให้เขากลับมาไว ๆ
 
        แววตาปรารถนาของผู้จัดการสบู่เหลวยังคงจ้องเรียวขาขาว ๆ ของเธอ พริกแกงหน้าแดงเห็นทีต้องดึง 'ลูกค้าชีกอนี่' ให้สนใจเรื่องงานไว้ก่อน!
 
        "เอ่อ คุณสุธีคะ! " แกล้งเรียกเสียงดัง
 
        "ครับ! " หนุ่มใหญ่สะดุ้ง หญิงสาวถือโอกาสเอ่ยย้ำเรื่องงาน
 
        "ที่เคยแจ้งว่าวันเปิดตัวสบู่เหลวจะอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 12 - 16 มีนาคมนั้น ไม่ทราบว่าพอจะกำหนดวันที่แน่นอนได้เลยไหมคะ"
 
        "เดี๋ยวผมแจ้งวันกับคุณพริกอีกครั้งนะครับ ตอนนี้กำลังรอคอนเฟิร์มคิวจากคุณพอลล่า แบรนด์ แอมบาสเดอร์ของเราน่ะครับ น่าจะได้คำตอบภายในวันพรุ่งนี้" [แบรนด์แอมบาสเดอร์,Brand Ambassador คือผู้เป็นตัวแทนและภาพลักษณ์ของสินค้า ถือเป็นทูตของแบรนด์]
 
        "ถ้าได้วันที่แน่นอนแล้ว รบกวนแจ้งทางเราให้เร็วที่สุดนะคะ สำหรับอันนี้เป็นเอกสารอนุมัติงบจัดงานและข้อตกลงสำหรับการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าของงานนี้ค่ะ"
 
        มือยื่นเอกสารให้จังหวะนั้นเองที่นายสุธีถือวิสาสะจับแขนเธอขึ้นมา มือหนาลูบไล้ไปบนท่อนแขนเรียว
 
        "ผิวคุณพริกเนียนละเอียดยิ่งกว่าดาราบางคนอีกนะครับ ไม่ทราบว่าสนใจมาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์สบู่เหลวของเรามั้ยครับ"
 
        "ไม่ค่ะ ดิฉันชอบใช้สบู่ก้อน" ปฏิเสธทันควัน พยายามแกะมือกาวที่เกาะกุมแขน นายสุธีไม่ยอมแพ้เลื่อนลงมาจับมือหญิงสาวแทน
 
        "นุ่มเนียน และผิวสวยขนาดนี้ ใช้อะไรบำรุงผิวหรือครับ" หนุ่มใหญ่ถามน้ำเสียงปรารถนา
 
        "ผิวสวยเพราะเธอใช้สารส้มกับใยบวบขัดผิวครับ"
 
        เสียงทุ้มคุ้นเคยพร้อมร่างสูงโปร่งปรากฏตัวนั่งลงเคียงข้าง เขาดึงมือเธอออกมาจากมือหื่นของผู้จัดการ เอามือเล็ก ๆ นั้นมากุมไว้เองแล้วบีบเบา ๆ เชิงปลอบ
 
        "ขอโทษครับที่หายไปนาน ไม่ทราบว่าคุยงานกันถึงไหนแล้วครับ"
 
        คนเพิ่งกลับมาจากห้องน้ำถาม เขาหายไปไม่ถึงห้านาทีกลับมาก็เห็นยัยตัวแสบถูกแต๊ะอั๋งมือซะแล้ว แม้สีหน้าชายหนุ่มจะไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ แต่ในใจแอบเคือง ‘ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้าล่ะก็ หมอนี่คงโดนเขาชกลงไปนอนกับโซฟาแน่’ ความคิดที่แวบขึ้นมานั้นทำเอาแปลกใจตัวเอง เขาเป็นคนก้าวร้าวอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องไปเดือดร้อนแทนยัยพริกแห้งด้วย ขณะที่ผู้จัดการสบู่มองชายหนุ่มที่เข้ามาขัดจังหวะยิ้ม ๆ
 
        "คุณไททราบได้ยังไงครับว่าคุณพริกใช้สารส้มกับใยบวบขัดผิว"
 
        " เผอิญพริกชวนผมไปช๊อปปิ้งบ่อย ๆ เลยทำให้รู้ว่าเธอใช้อะไรบำรุงผิวครับ"
 
        ตอบติดตลกแต่แฝงความหมายให้ดูสนิทสนม สำหรับสารส้มกับใยบวบเขาโมเมแต่งเรื่องขึ้นมาเอง ส่วนหญิงสาวยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่ได้แก้ตัวอะไรออกไป
 
        "ผมชอบผิวคุณพริกครับ นุ่มเนียนจัดว่าเป็นผิวสุขภาพดี"
 
        "ผิวคุณสุธีก็สุขภาพดีนะครับ ผิวพรรณเหนือมาตรฐานชายไทยด้วยซ้ำ"
 
        "คุณไทสังเกตด้วยหรือครับ"
 
        "ครับ ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์สบู่เหลว"
 
        ชายหนุ่มแถไปตามเรื่องหารู้ไม่ว่าผู้จัดการสบู่กลับคิดอีกอย่าง รอยยิ้มถูกจุดที่มุมปากของหนุ่มใหญ่ แววตาทอประกายประหลาด ๆ ส่งมาที่อีเวนต์แพลนเนอร์หนุ่ม
 
        "ผมดีใจนะครับ ที่คุณไทสังเกตเห็น"
 
        ในเวลาเดียวกันที่ห้องสุขาในออฟฟิศของบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ชื่อดัง
 
        เสียงเรียกเข้าและแรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงทำเอาหัวหน้าใหญ่อย่างพี่เบิ้มสะดุ้ง
 
        "ริอาจขัดคนกำลังจะปลดทุกข์ จะสุดอยู่แล้วเชียว.." บ่นเบา ๆ ก่อนกดรับโทรศัพท์เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
 
        แม้ไม่รู้ว่าคนในโทรศัพท์พูดอะไร แต่แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอ่างล้างมืออยู่ด้านนอกได้ยินเสียงผู้จัดการบริษัทคุยดังนี้
 
        "ฮัลโหล เบิ้มครับ"
 
        "นัดจัดเลี้ยงรุ่นที่ไหน?"
 
        "ไปสิ ไม่พลาดอยู่แล้วงานนี้ ว่าแต่มีข่าวอะไรมาอัปเดต"
 
        "ข่าวรุ่นพี่ผม พี่สุธีน่ะรึ? ทำไมครับเกิดอะไรขึ้น"
 
        "ห๊ะ! ถูกเมียฟ้องหย่า!? ก็น่าอยู่หรอก เมียแกเก่งนะทนความเจ้าชู้มาได้ตั้งหลายปี"
 
        "ไม่ได้หย่าเพราะผู้หญิง อ้าวไหนว่ากิ๊กเฮียแกเยอะแยะ"
 
        คำตอบของคนที่อยู่ปลายสายทำคนฟังอึ้ง นึกเป็นห่วงลูกน้องที่ส่งไปติดต่องานในวันนี้อยู่ครามครัน
 
 
        "ปล่อยได้แล้วค่ะ" ว่าพลางดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือแข็งแรงหลังเดินออกจากห้องผู้จัดการด้วยกัน
 
        ตอนนี้สติเธอกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังหลุดไปจากการถูกลูกค้าลวนลามทางสายตา มาจับไม้จับมือ แล้วยังถูกนายไทวายร้ายกุมมืออีก รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบยังไงอยู่ เพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั้นหรือ? คิดแล้วพาลหงุดหงิด
 
        "ผู้ชายฉวยโอกาสกันทั้งนั้น" หญิงสาวบ่นอุบอิบ หันหน้าไปหาคนข้างตัว
 
        "นายก็เหมือนกัน"
 
        ความเห็นใจปรากฏครู่หนึ่งในแววตาก่อนจะกลายเป็นสายตากวนที่มองเธอ
 
        "เรื่องแบบนี้เพิ่งรู้หรือครับ กับผู้หญิงคนอื่นน่ะผมไม่เถียง แต่ในกรณีคุณแล้ว...."
 
        ชายหนุ่มสีหน้ายียวน แกล้งสะบัดมือทำนองว่ารังเกียจ
 
        "อยากจับจะแย่"
 
        "นาย!"
 
        มองชายหนุ่มตาเขียวก่อนเมินหน้าไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้ากวนบาทา ไม่ปรารถนาต่อความยาวสาวความยืด แม้ภายนอกจะไม่พูดอะไร แต่ภายในเธอกำลังสวดนายไทยับ
 
        'คนบ้าอะไรปากจัดกวนประสาทที่สุด!'
 
        อยากตีหัวคนกวน ๆ นี่สักที เห็นแก่ความเป็นกุลสตรีที่ต้องพึงรักษาไว้ ทำให้จินตนาการภาพได้แค่ในใจเท่านั้น ส่วนนายไทอมยิ้ม ยัยตัวแสบฮึดฮัดทำอะไรเขาไม่ได้
 
        เลขาสาวเดินเข้ามาแจ้งตัวแทนบริษัทอีเวนต์ทั้งสอง
 
        "นั่งรอก่อนนะคะ อีกห้านาทีคุณสุธีจะตามออกมาค่ะ"
 
        ทั้งคู่ถอนหายใจ ที่จริงแพลนงานทุกอย่างก็คุยกันไปหมดแล้ว แต่ผู้จัดการสบู่อ้างว่าเหลือข้อปลีกย่อยอีกเล็กน้อยและยืนยันว่าขอไปคุยต่อที่ร้านอาหาร
 
              
        ด้านในห้องทำงาน ผู้จัดการหนุ่มใหญ่โทรศัพท์ถึงน้องสาวให้ช่วยซื้อ 'ใยบวบ' และ'สารส้ม' ตั้งใจว่าเย็นนี้จะลองเอาไปขัดผิวดูตามที่ได้รับคำแนะนำมา เขาติดใจและอยากมีผิวขาวนุ่มเนียนเหมือนเธอคนนั้นจริง ๆ ที่มองเรียวขา จับมือถือแขนหญิงสาวนั้น ไม่ใช่เพราะเสน่หา แต่เพราะปรารถนาที่จะมีผิวพรรณอย่างนั้นบ้าง นายสุธีไขกุญแจเปิดลิ้นชักช่องล่างสุดของโต๊ะทำงาน ในนั้นปรากฏเครื่องประทินผิวนานาชนิด ก่อนนิ้วเรียวยาวราวนิ้วศิลปินกรีดไปตามฝากระปุกครีมและขวดโลชั่นต่าง ๆ
 
        "ผิวคุณสุธีก็สุขภาพดีนะครับ ผิวพรรณเหนือมาตรฐานชายไทยด้วยซ้ำ"
 
        "คุณไทสังเกตด้วยหรือครับ"
 
        "ครับ ผมไม่แปลกใจเลยที่คุณเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์สบู่เหลว"
 
        ว่าไปก็แอบดีใจ 'เขาคนนั้น' สังเกตเห็นด้วย เมื่อนึกถึงใบหน้าคมคายของอีเวนต์แพลนเนอร์หนุ่มแล้วอดยิ้มไม่ได้ เหลือบมองนาฬิกาเหลือเวลาแค่ห้านาที ณ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้มาก มองออกนอกหน้าต่างแดดจัดทีเดียว
 
        เขาคว้าครีมกันแดด SPF30 ทาตามมือและคอ หยิบขวดสเปรย์น้ำแร่ขึ้นมาฉีดหน้า ยกขวดน้ำหอมขึ้นมาฉีดพ่นตามตัว ตบท้ายด้วยสเปรย์ระงับกลิ่นปาก
 
        "โอเค..พร้อม" ว่าพลางมองกระจกเล็ก ๆ บนโต๊ะอย่างพอใจ ออกข้างนอกต้องดูดีและเนี้ยบเสมอ
 
        แม้จะถูกฟ้องหย่าจากภรรยาที่พ่อแม่คลุมถุงเอาหัวชนก็ไม่สนใจ เมื่อชีวิตคู่ไร้รักนั้นขมขื่นและไม่มีความสุข ความสนุกกับกิ๊กสาวที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ความสุขที่แท้ สักพักก็เบื่อ
 
        เหตุเพราะพวกเธอนั้นไม่เหมาะกับเขา..
 
        เพราะเขาอาจไม่เหมาะกับผู้หญิงคนไหน..
 
        เพราะเขาได้ค้นพบตัวเอง..
 
        ปกติเขาจะไม่แสดงออกเว้นเสียแต่จะมีคนสังเกตเห็น และที่ ‘เขาคนนั้น’ สังเกตเห็น ก็คงเพราะมีเซ้นต์เช่นเดียวกันกับเขา ดีเหมือนกัน เบื่อของเก่าที่คอนโดเต็มทีแล้ว เป้าหมายใหม่คนนี้ดูดีกว่าคนเก่าเป็นไหน ๆ เห็นทีต้องลองเสนอก่อน..ว่าแต่เขาจะสนองไหม นั่นคือคำถามที่ผู้จัดการคนนี้รอคำตอบ
 
        นายสุธีพาพิศนภาและไทศกรไปคุยงานต่อที่ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ไกลจากตึกสำนักงานของบริษัท
 
        หญิงสาวเข้าไปนั่งในโต๊ะอาหารก่อน เพื่อนหนุ่มจะตามไปนั่งข้าง แต่ถูกผู้จัดการขัด
 
        "คุณไทจะไปนั่งเบียดคุณพริกทำไมครับ มานั่งกับผมดีกว่า คุณพริกจะได้นั่งสบาย ๆ " ข้ออ้างที่ยกขึ้นมาทำให้ไทศกรต้องไปนั่งข้างนายสุธี
 
        งานน้อยนิดที่ผู้จัดการสบู่กั๊กไว้ถูกเคลียร์จนจบตั้งแต่สิบนาทีแรกที่โต๊ะอาหาร หลังจากนั้นเป็นการคุยเรื่องทั่วๆ ไป พริกแกงสังเกต ลูกค้าลามกนี่ถ้าไม่ใช่เรื่องงานจะไม่ค่อยคุยอะไรกับเธอนัก แต่มักหันไปคุยกับคู่ปรับเธอแทน หญิงสาวโล่งใจเข้าใจว่าแผนการให้นายไทมาเป็นไม้กันหมาของพี่เบิ้มนี่ประสบความสำเร็จด้วยดี
 
        ในตอนนั้นเองที่จานซูชิถูกพนักงานยกมาเสิร์ฟ ไทศกรหยิบซูชิหน้าไข่ปลาให้หญิงสาวก่อนหยิบให้ตัวเอง
 
        "ฉันไม่กินไข่ปลาค่ะ" พริกแกงใช้ตะเกียบคีบซูชิคืนใส่จานเขา
 
        "อ้าว แล้วไม่บอกล่ะครับ"
 
        "เคยคิดจะถามมั้ยคะ" เธอย้อน ชายหนุ่มเถียงไม่ออกได้แต่บ่นเบา ๆ
 
        "เอาใจยากจริง"
 
        ยัยตัวแสบไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับคำเหน็บแนมนั้น แอบสะใจเสียด้วยซ้ำนายไทเถียงเธอไม่ทัน
 
        ท่าทีของคนทั้งคู่อยู่ในสายตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่ เขาหัวเราะน้อย ๆ ยกแขนขึ้นโอบไหล่คนข้างตัว
 
        พริกแกงที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองดู ภาพที่เห็นเหมือนพี่โอบน้อง แต่ไทศกรกลับไม่คิดเช่นนั้น เขารู้สึกได้ถึงมือหนาที่แอบลูบไหล่เขาเบา ๆ
 
        "ผมเข้าใจดี ผู้หญิงน่ะเอาใจยาก ไม่งั้นเดี๋ยวนี้จะมีข่าวว่าผู้ชายหันมาคบกันเองหรือครับ"
 
        สายตาสื่อความหมายของผู้จัดการหนุ่มใหญ่ ทำเอานายไทหน้าซีดรีบขยับตัวออกห่างแกล้งทำเป็นบริการอาหารให้หญิงสาว
 
        แม้รู้สึกแปลกใจกับคำพูดผู้จัดการสบู่อยู่ แต่การที่นายไทตัวร้ายกำลังใช้ตะเกียบคีบซูชิให้เธอเต็มจานทำให้เธอหายแปลกใจกลายเป็นตกใจแทน
 
        "พอแล้วค่ะ ใครจะไปกินหมด"
 
        "กินเยอะ ๆ ครับ ผมชอบผู้หญิงสมบูรณ์"
 
        คำพูดของนายไทแฝงความนัยส่งตรงถึงนายสุธีชัดเจน ..'เขาชอบผู้หญิง'..
 
        "บ้าแล้ว สมบูรณ์อย่างนี้ก็อ้วนน่ะสิ" ใช้ตะเกียบคีบซูชิหน้าต่าง ๆ ใส่จานชายหนุ่มคืนไป นายสุธีหัวเราะ มองหญิงสาวยิ้ม ๆ สลับกับเป้าหมาย
 
        "ผมบอกแล้วผู้หญิงเอาใจยาก ยิ่งน่ารัก ๆ อย่างคุณพริกนี่คงต้องเหนื่อยหน่อย"
 
        "ผมยอมเหนื่อยครับ"
 
        คำตอบนั้นทำหญิงสาวหน้าแดง แม้รู้ดีว่านายไทพูดแบบนี้เพราะพี่เบิ้มสั่งมาให้คอยกันเธอจากลูกค้าเจ้าชู้แต่ก็อดเขินไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสองหนุ่มกำลังเคลียร์กันผ่านเธออยู่
 
        นายสุธีมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้ากินซูชิ ก่อนหันมากระซิบกับคนข้างตัว พูดเสียงเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
 
        "สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าอาจรออยู่ข้างหน้าก็ได้นะครับ หากคุณเลือกที่จะเปิดใจรับมัน"
 
        นายสุธีหยิบข้าวปั้นขึ้นมาเคี้ยวขบฟันช้า ๆ สำรวจรูปร่างชายหนุ่มแววตาหื่น
 
        นายไทหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ไหนพี่เบิ้มบอกว่าหมอนี่เจ้าชู้กับผู้หญิงไง นี่มันไม่ใช่แล้ว! ท่าทีแบบนี้ดูไม่ออกก็ตาถั่วเต็มที แย่ล่ะ..สถานการณ์ฉุกเฉิน พูดตรง ๆ ไปแล้วว่าชอบผู้หญิงก็ยังตื๊อ พูดแรง ๆ ก็ไม่ได้เพราะเป็นลูกค้า ถ้าเกิดเล่นแง่ปฏิเสธงานขึ้นมามีหวังเขาได้โดนเด้งออกจากบริษัทพอดี สมองคิดหาทางออก สายตาคมเหลือบมองยัยพริกเผ็ด ไอเดียเด็ดเลยแวบเข้ามา
 
        ..จากเดิมที่เขาต้องมาเป็นไม้กันหมาให้ยัยตัวแสบ ตอนนี้เขาต้องใช้ยัยตัวแสบเป็นโล่กันให้กับตัวเองซะแล้ว!..
 
--------------------------------------------------------
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ ;)
 
หุ่นกระป๋อง   

แชร์นิยายที่คุณรัก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ
หุ่นกระป๋อง
(จำนวนผลงานนิยาย 0 เรื่อง 0 ตอน)

เรื่อง
ประเภทนิยาย
ตอน
จำนวนเข้าชม
อัพเดตล่าสุด

เพิ่มความคิดเห็น

ชื่อ

ยังไม่มีความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิ!

คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนโดย VIP ให้นักเขียนเพิ่ม

มอบ VIP ขั้นต่ำ 1 บาท หรือให้มากกว่าตามความสมัครใจ เพื่อเปิดอ่านตอนก่อนใคร 7 วัน

คำเตือน
  • การมอบสินน้ำใจ (VIP) นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อนิยาย แต่เป็นการมอบกำลังใจเท่านั้น
  • นักเขียนยังคงมีสิทธิ์ในการลงนิยายจนจบเรื่อง หรือไม่จบเรื่องก็ได้
  • เนื่องจากการลงจบเรื่องในบางครั้ง อาจมีผลต่อการพิจารณาต้นฉบับในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ อันเป็นรายได้หลัก รวมทั้งความจำเป็นอื่นๆ
  • และการมอบสินน้ำใจนี้ ไม่สามารถนำไปหักส่วนลดได้ หลังจากนักเขียนกดปิดเรื่อง ขายจบเรื่อง

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

        “ฝ่ายเจ้าสาวคนสวยรู้จักเจ้าบ่าวได้ยังไงครับ”

        “เผอิญเขาเดินมาขอเบอร์ค่ะ”

        “โอ้ ฝ่ายเจ้าบ่าวรุกเร็วใช่เล่นนะครับ เจอปุ๊บ ขอเบอร์ปั๊บ!” พิธีกรแซว

        “เอ่อ...เบอร์รองเท้าค่ะ"

โดย : หุ่นกระป๋อง
จำนวน : 13 ตอน


0

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

โดย : หุ่นกระป๋อง