คุณมี 0 เหรียญ VIP

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 57
Over All : 249
Favorites : 0

ชื่อนามปากกาสมาชิก :

หุ่นกระป๋อง

Report
Month View : 57
Over All : 249
Favorites : 0

พริกแกงกับแตงไทย

บทที่ 9 มาลัยรัก วาเลนไทน์

นิยาย-เรื่องยาว : นิยายรักคอมเมดี้

        ไทศกรเหลือบมองหญิงสาวที่จะใช้เป็นโล่ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วประเมินสถานการณ์

        จะทำเนียนเป็นแฟนกันยัยพริกแห้งคงไม่ให้ความร่วมมือแน่ ถ้าแม่นึกสนุกอยากแกล้งเขาขึ้นมาหันไปสนับสนุนผู้จัดการสุดหื่นเขามิแย่เลยหรือ สมองคิดหาทางออกและเห็นว่าวิธีที่ดีที่สุดคือคุยกับหนุ่มใหญ่ข้างตัวให้รู้เรื่อง ก่อนอื่นต้องให้ยัยพริกแห้งหายตัวไปจากโต๊ะก่อน เพื่อที่เขาจะได้อ้างชื่อและเคลียร์กับลูกค้าไม้ป่าเดียวกันได้สะดวกหน่อย

        จังหวะที่หญิงสาวก้มหน้าดื่มซุปมิโสะจากถ้วย เขาแกล้งเตะเท้าเธอใต้โต๊ะและเป็นไปตามที่คาดไว้ ความตกใจทำให้ถ้วยซุปหกเลอะมือ แต่สิ่งที่เหนือคาดหมายคือน้ำซุปกระฉอกจากถ้วยกระเด็นโดนหน้าเรียวนั้น

        'เวรล่ะ' คนขายาวรีบหดเท้าเข้าใต้เก้าอี้ตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วเนียนถามด้วยความห่วงใย

        "เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

        หญิงสาวส่ายศีรษะทำนองว่าไม่เป็นไร ใช้กระดาษทิชชูเช็ดน้ำซุปที่เลอะหน้าและมือออก แล้วก้มลงมองใต้โต๊ะ

        เท้าลูกค้าอยู่ใกล้เธอที่สุด ส่วนเท้านายไทอยู่ใต้เก้าอี้ของเขาเอง

        'ลูกค้าเตะขาเธอ...แต่ไม่ขอโทษ!?’

        "มีอะไรใต้โต๊ะหรือครับ" ผู้จัดการสบู่ก้มมองใต้โต๊ะอาหารโดยไม่รู้ว่าตนเองกลายเป็นแพะรับบาปไปแล้ว

        "ไม่มีอะไรค่ะ" ยิ้มตอบเสียงใส บางทีผู้จัดการหนุ่มใหญ่คงไม่ได้ตั้งใจ

        "ไปล้างมือก่อนไหม..ค..ครับ"

        ผู้ร้ายตัวจริงออกปากไล่ พูดไม่ทันจบประโยคต้องกลั้นหัวเราะ ใบหน้าหวานมีสาหร่ายชิ้นเล็ก ๆ จากซุปมิโสะติดอยู่บนแก้ม ชายหนุ่มอมยิ้มชี้นิ้วไปที่แก้มตัวเอง หญิงสาวรู้ว่ามีอะไรติดแก้มแน่จึงเอามือเช็ดออกแต่ไม่ถูกตำแหน่ง ไทศกรเห็นว่านายสุธีกำลังมองอยู่จึงใช้สถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์ หยิบกระดาษทิชชูสีขาวบนโต๊ะเอื้อมมือไปเช็ดให้

        พริกแกงแก้มแดง...ไม่ได้แดงเพราะเขินอาย แต่แดงเพราะนายไทตัวร้ายเอากระดาษทิชชูเช็ดแก้มเธอซะแรง และสิ่งที่หลุดตามสาหร่ายออกมาด้วยคือแป้งเมคอัพที่โบ๊ะหน้าไว้ก่อนมาพบลูกค้า

        'คนบ้าเอ้ย! ' ถ้าไม่ติดว่ามีลูกค้าอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่านายไทได้หูดับอยู่ในร้านอาหารแห่งนี้แน่

        "ขอบคุณค่ะ" เสียงหวานขอบคุณแต่แววตาค้อน

        "ยินดีครับ เราคนกันเอง"

        คำตอบและรอยยิ้มที่ส่งมาทำให้ใบหน้าหวานร้อนผ่าว รู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ ในใจ แต่ความรู้สึกนั้นหายไปเมื่อนึกได้ว่าเขาแค่ทำหน้าที่ไม้กันหมา คอยกันความเจ้าชู้จากลูกค้า นี่คงเล่นไปตามบทบาทเท่านั้นเอง

        "ขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ" ตั้งใจว่าจะไปล้างมือและเติมแป้งที่หน้าใหม่

        ที่โต๊ะอาหารเหลือกันแค่สองคน เหมือนผู้จัดการสบู่ก็รอเวลานี้อยู่เช่นกัน โดยเป็นฝ่ายเปิดตัวรุกก่อน หนุ่มใหญ่หยิบปากกาเขียนเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวพร้อมไอดีไลน์ลงด้านหลังนามบัตร ยื่นให้อีเวนต์แพลนเนอร์หนุ่ม

        "เราติดต่อกันเฉพาะเวลางานดีกว่าครับ" คนอ่อนวัยย้ำ นายสุธีแววตาเป็นประกาย แปลความหมายไปอีกทาง

        "จะให้ผมติดต่อคุณ หรือมีอะไรได้ช่วงเวลาทำงานหรือครับ"

        "ไม่ใช่ครับ! เราติดต่อกันเฉพาะ 'เรื่องงาน' ดีกว่าครับ" น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความเด็ดขาด พร้อมคืนนามบัตรกลับไป

        "ผมไม่ได้เป็นแบบคุณนะครับ ผมมีแฟนแล้ว"

        "คุณพริก? "

        "ครับ" ตอบไปพลางเหลียวหลัง ดีนะยัยตัวแสบยังไม่กลับมาจากห้องน้ำ งานนี้ต้องขอใช้เธอเป็นโล่กำบังบ้าง

        "คุณจะเปลี่ยนใจจากเธอไม่ได้เลยหรือครับ"

        ไทศกรอึ้ง ขนาดพูดชัดเจนว่ามีแฟนแล้ว ยังตื๊ออีก!! ลูกค้า! ลูกค้า! ลูกค้า! ชายหนุ่มท่องไว้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้าล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าถ้วยวาซาบิได้ลอยไปแปะบนศีรษะผู้จัดการสบู่คนนี้แน่

        "ว่าไงครับ เปลี่ยนใจจากเธอแล้วลองมาคุยกับผมแทนมั้ย"

        "ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเธอครับ"

        เงียบกันไปสักพัก ผู้จัดการหนุ่มใหญ่สบตาคนที่ประกาศจุดยืนชัดเจน และเมื่อย้อนไปพิจารณาท่าทีของหนุ่มรุ่นน้องที่มีต่อหญิงสาวที่มาด้วยกัน ก็เห็นถึงความสนิทสนมที่ดูมากกว่าเพื่อนร่วมงานจริง

        เห็นทีเขาคงคาดการณ์ผิด คนที่นั่งข้างกันนี้คงไม่ได้เป็นแบบเขา น่าเสียดาย… ผู้จัดการหนุ่มใหญ่ถอนหายใจก่อนยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่ดูสบายใจไม่ชวนอึดอัดเหมือนตอนแรก

        "งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันแทนละกันครับ" ลูกค้ายื่นมือส่งให้ ไทศกรมองลังเล

        "แค่เพื่อนครับ ไม่มีอะไรเกินกว่านั้น"

        หลังจับมือกัน นายสุธีก็เอ่ยขึ้น

        "ขอโทษด้วยที่เสียมารยาทในตอนแรก ผมนึกว่าคุณมีเซ้นต์แบบเดียวกับผม"

        "เซ้นต์!? "

        "ครับ คุณเป็นคนที่สามที่ชมว่าผิวพรรณของผมดี สองคนแรกนั้นเป็นคู่ขาผมเอง"

        นายไทช๊อค..สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ชมใครแบบนี้อีกตลอดชีวิต

        "คุณพริกแฟนคุณก็ผิวสวยนะครับ ผิวเรียบเนียนนุ่ม อีกหน่อยถ้าแต่งงานกันไปคุณไทคงได้ลูบไล้เพลินแน่ครับ" ผู้จัดการสบู่หยอกขำขัน คนถูกหยอกหน้าแดงเพราะจินตนาการไปไกล

        ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น นายสุธีรับโทรศัพท์คุยอยู่ครู่หนึ่งก่อนวางสายไป

        "ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ติดธุระด่วนที่บริษัท"

        ขณะที่ผู้จัดการหนุ่มใหญ่กำลังลุกออกจากโต๊ะอาหาร อีเวนต์แพลนเนอร์หนุ่มเหลือบเห็นเอกสารบนแฟ้มงานยังเซ็นไม่เรียบร้อยจึงยื่นให้

        "ช่วยเซ็นให้ก่อนครับ"

        นายสุธีรับเอกสารขึ้นมาดู สัญญาจ้างงานและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าซึ่งเขาต้องลงนาม รอยยิ้มน้อย ๆ จุดขึ้นที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

        "คุณไทปฏิเสธผมแบบนี้ แล้วผมจะเซ็นให้คุณดีมั้ยนะ" แกล้งมองเอกสารในมืออย่างลังเล

        "หรือโทรศัพท์ไปแจ้งหัวหน้าคุณดี ว่าคุณเตรียมงานมาไม่ดีพอ ทางเราเลยต้องปฏิเสธ"

        ไทศกรหน้าเครียด ..หมอนี่จะเอายังไงกันแน่.. 

        นายสุธีหัวเราะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มองคนตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู

        "อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ผมล้อคุณเล่น” หนุ่มใหญ่หัวเราะ

        “ชีวิตส่วนตัวกับเรื่องงาน ผมไม่เคยเอามายุ่งเกี่ยวกันครับ"

        ว่าแล้วก็จรดปากกาไปที่ช่องว่าง ระหว่างนั้นก็สอนไปด้วย...

        "งานคือสิ่งที่ทำเพื่อคนหมู่มาก เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม การที่เราเอาความต้องการของตัวเองมาเป็นประเด็นมันเห็นแก่ตัวไปครับ"

        ตอนนี้นายไทยิ้มได้แล้ว อีกทั้งสายตาที่มองผู้จัดการหนุ่มใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความนับถือ

        "หวังว่าแอรี่อีเวนต์จะเปิดตัวสินค้าใหม่ให้กับทางเราได้อย่างยอดเยี่ยมนะครับ"

        ผู้จัดการผลิตภัณฑ์สบู่เหลวทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินออกไป ระหว่างทางเขาได้สวนทางกับอีเวนต์แพลนเนอร์สาวที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ

        "คุณสุธีจะกลับแล้วหรือคะ"

        "ครับ เผอิญติดธุระด่วน ส่วนเอกสารผมเซ็นให้แล้วนะครับ"

        "ขอบคุณค่ะ"

        นายสุธีมองพริกแกงยิ้ม ๆ เอ่ยเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเอง

        "น่าเสียดาย ชะนีคว้าไปซะแล้ว"

        "อะไรนะคะ" เธอได้ยินไม่ถนัด

        "ผมรอดูผลงานวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์นะครับ"

        หนุ่มใหญ่เจ้าสำอางจากไป ส่วนหญิงสาวยังติดใจ เหมือนคำพูดก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ประโยคนี้นี่นา เหมือนได้ยินว่าชะนี? หญิงสาวงงก่อนจะหายงงเมื่อเห็นกรอบรูปที่ติดบนผนังด้านหลังตนเป็น 'ภาพลิงคว้าผลส้ม' สงสัยนายสุธีจะหมายถึงลิงในภาพ ลิงแสมแท้ ๆ ไม่ใช่ชะนีซะหน่อย

        เมื่อเดินกลับไปที่โต๊ะอาหารเห็นนายไทนั่งกินซูชิอยู่ ตอนนี้ลูกค้ากลับไปแล้วทั้งคู่จึงทำตัวตามสบายได้

        "กินอร่อยเลยนะคะ"

        "เอามั้ยครับ" ยื่นข้าวปั้นหน้าไข่หวานให้ หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ

        "ไม่แล้วค่ะ อิ่มแล้ว"

        นายไทสั่งอาหารเพิ่ม เนื่องจากตอนอยู่กับลูกค้าเขาแทบไม่ได้กินอะไร เพราะต้องคอยระแวดระวังผู้จัดการสบู่อยู่ตลอดเวลา

        '...กินจุชะมัดเลยหมอนี่...'

        มองคนนั่งตรงข้ามคีบนู่นตักนี่เข้าปาก นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ก่อนอมยิ้มเมื่อคิดอะไรได้

        "ไทคะ" เรียกเสียงหวาน

        "หืม" ชายหนุ่มเงยหน้าแปลกใจ

        "เมล็ดข้าวติดหน้าค่ะ"

        "ตรงไหนครับ"

        หญิงสาวชี้นิ้วไปที่แก้มตัวเอง นายไทยกมือเช็ดตาม

        "ไม่เห็นมีเลยครับ"

        "อยู่นิ่ง ๆ นะคะ" หญิงสาวทำท่าจะหยิบออกให้ แต่กลับดีดนิ้วใส่แก้ม

        "โอ๊ย! คุณแกล้งผมทำไม"

        "เอาคืนไงล่ะคะ เมื่อกี้ใช้ทิชชูถูแก้มฉันซะแดงเลย โดนอย่างนี้สิถึงหายกัน" ว่าแล้วจิบชาเขียวสบายใจ ชายหนุ่มอยากโต้กลับเธอบ้าง แต่ติดที่กินข้าวอยู่จึงไม่อยากต่อล้อต่อเถียง ได้แต่บ่นเบา ๆ

        "ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ"

        หลังติดต่องานเปิดตัวสินค้าใหม่กับบริษัทสบู่เหลวเลิฟเป็นที่เรียบร้อย ทั้งคู่ก็เดินทางกลับไปทำงานต่อ โดยมาถึงที่ทำงานเป็นเวลาช่วงบ่าย นายไทแวะซื้อกาแฟที่ร้านค้าใต้อาคารสำนักงาน ส่วนหญิงสาวขอตัวขึ้นออฟฟิศก่อน ตอนที่เธอเดินไปขึ้นลิฟต์นั้นเอง ได้ชนเข้ากับร่างสูงที่เดินสวนมุมตึกออกมา เอกสารในมือของเขาหล่นกระจาย

        "ขอโทษค่ะ" เธอรีบก้มเก็บกระดาษเอสี่ที่หล่นเกลื่อนพื้น

        "ไม่เป็นไรครับ ผมเก็บเอง" ชายหนุ่มทรงผมอันเดอร์คัตเซตเสย เท่เหมือนนายแบบค้อมศีรษะให้

        "ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่ทันระวังเลยเดินชนคุณเข้า เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ"

        "ไม่ค่ะ" หญิงสาวส่งเอกสารที่เก็บขึ้นมายื่นให้

        "คุณทำงานที่ตึกนี้หรือครับ"

        "ค่ะ"

        "ผมก็ทำงานที่ตึกนี้เหมือนกัน ผม ‘ธีรพัฒน์’ เรียก ‘ธี’ ก็ได้ครับ เป็นวิศวกรอยู่บริษัทซีลอนคอนสตรัคชั่น แล้วคุณ"

        “พิศนภาค่ะ เรียกพริกก็ได้”

        "คุณพริก...ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

        วิศวกรหนุ่มยิ้มให้ เหลือบมองบัตรพนักงานที่คล้องคอทำให้รู้ว่าหญิงสาวทำงานอยู่บริษัทอะไร

        "พริก" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นมาจากข้างหลัง ร่างสูงโปร่งของอีกคนเดินเข้ามา

        "เกิดอะไรขึ้นหรือครับ" คนมาทีหลังถาม

        "ไม่มีอะไรครับ แค่เดินชนกันนิดหน่อย" สายตาไม่ได้มองหน้าคนถามเลย เพราะมัวแต่มองหญิงสาวตรงหน้า มีหรือผู้ชายด้วยกันจะดูกันไม่ออก

        ‘ยัยพริกนี่เสน่ห์แรงแฮะ เดี๋ยวจะกลบเสน่ห์ให้เอง’

        "ผมสั่งคาปูชิโนที่คุณชอบมาให้ครับ" หญิงสาวรับแก้วกาแฟจากนายไทอย่างงง ๆ แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรประตูลิฟต์ด้านหลังก็เปิดออก เมื่อคนเดินออกจากลิฟต์หมดแล้วและภายในลิฟต์ว่างเปล่า ไทศกรรีบพาตัวเองและดันหญิงสาวเข้าด้านในทันที

        ก่อนประตูปิด พิศนภายิ้มให้คนนอกลิฟต์ตามมารยาท

        "ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

        "ยินดีที่ไม่รู้จักนะครับ" ไทศกรว่าตาม แต่แอบเกรียนเปลี่ยนตัวอักษรเล็กน้อยตรงกลางประโยค วิศวกรหนุ่มฟังคำพูดนายไทไม่ชัดเพราะเป็นจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดพอดี

        แม้ว่าลิฟต์จะขึ้นชั้นบนไปนานแล้ว แต่ความสนใจในตัวหญิงสาวที่ทำงานตึกเดียวกันยังไม่จางหายไปจากใจนายธีรพัฒน์

        อาทิตย์หนึ่งต่อมา...

        "น้าพริกครับ แก๊ปใส่รองเท้าเสร็จแล้วครับ"

        เด็กชายในชุดนักเรียนอนุบาลนั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าหินหน้าบ้าน รอน้าสาวไปส่งโรงเรียน

        "น้ามาแล้วจ้า" เดินออกมาหอมแก้มคนตัวเล็ก กลิ่นแป้งเด็กบนแก้มหลานทำให้นึกถึงชายหนุ่มอีกคนที่ใช้แป้งกลิ่นเดียวกัน หญิงสาวหน้าแดงเห็นทีเธอต้องเปลี่ยนยี่ห้อแป้งที่เจ้าแก๊ปใช้ซะแล้ว

        หลังส่งหลานชายไปโรงเรียนเรียบร้อย หญิงสาวก็ตรงไปทำงานตามปกติ เมื่อผ่านร้านค้าข้างทางพบว่าแทบทุกร้านจะมีดอกกุหลาบวางขายเพราะเป็นวันวาเลนไทน์ หญิงสาวมองดอกกุหลาบ ราคาลดหลั่นตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย ยิ่งดอกกุหลาบช่อใหญ่ ๆ ราคาสูงถึงหลักพันบาท

        เมื่อเธอขึ้นมาที่ออฟฟิศก็ต้องประหลาดใจ เพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่กำลังมุงโต๊ะเธอส่งเสียงกรี๊ดกร้าด

        "นั่น ๆ น้องเขามาแล้ว" รุ่นพี่ที่ทำงานกวักมือเรียก

        "มีอะไรหรือคะ" หญิงสาวงง และต้องตกใจเมื่อเห็นกุหลาบแดงช่อใหญ่ถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงาน

        "แม่บ้านบอกว่า มีคนฝากให้มาวางแต่เช้าค่ะ" รุ่นน้องคนหนึ่งบอก

        "ต๊ายน้องพริก ใครให้คะเนี่ย"

        "วิศวกรชั้นยี่สิบแปดไงคะ" เพื่อนร่วมงานคนอื่นหัวเราะกันคิกคัก

        "วิศวกรหรือคะ" คนได้รับดอกไม้แปลกใจ

        "ขอโทษนะคะ พี่ไม่ตั้งใจจะอ่านการ์ด บังเอิญมันเปิดอยู่" รุ่นพี่ชี้ไปที่การ์ดหรูบนช่อดอกไม้

        'สำหรับคุณพริกครับ

        จาก วิศวกร ชั้นยี่สิบแปด..'

        "ใครหรือคะ ชั้นยี่สิบแปดมันออฟฟิศบริษัทซีลอนคอนสตรัคชั่นนี่"

        "พอจะนึกออกแล้วค่ะว่าเป็นใคร" คนได้รับดอกไม้นึกหน้าชายหนุ่มที่เจอกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ลาง ๆ เหมือนว่าเขาทำงานที่บริษัทซีลอนคอนสตรัคชั่น

        "เขาชื่ออะไรพัฒน์ ๆ นี่ล่ะค่ะ พริกเองก็จำไม่ได้ เจอกันที่หน้าลิฟต์แค่ครั้งเดียวเอง"

        "เจอกันแค่ครั้งเดียวหรือน้องพริก!? "

        "จริงหรือคะ หน้าตาเป็นยังไง หล่อไหมคะน้องพริก" ถามกันให้แซ่ด

        เก่ง.. หัวหน้าฝ่ายศิลป์ที่เพิ่งเดินเข้ามามุง พอเห็นกุหลาบช่อใหญ่แล้วแกล้งโวยวาย

        "โหยย! อะไรเนี่ย อย่างนี้ดอกไม้ผมก็จ๋อยเลยล่ะสิ"

        เขาเดินไปหยิบดอกกุหลาบพลาสติกจากแจกันประดับห้องส่งให้หญิงสาว

        "ผมตั้งใจเอามาให้คุณพริกนะครับ"

        นายเก่งล้อเลียนคุกเข่าให้ด้วยท่าขอความรัก เรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากเพื่อนร่วมงาน

        "พอเลยไอเก่ง แกลูกสองแล้วนะเว้ย" เพื่อนคนหนึ่งว่าให้

        พริกแกงรับดอกไม้พลาสติกจากหัวหน้าฝ่ายศิลป์มาขำ ๆ ก่อนมองกุหลาบช่อใหญ่บนโต๊ะ

        น่าแปลกดอกไม้พลาสติกจากนายเก่งยังเรียกความเขินอายได้มากกว่าดอกไม้ราคาแพงช่อนี้ซะอีก

        พลันเสียงตบมือทรงพลังดังขึ้นสองครั้ง!! และนั่นทำเอาทุกคนเงียบกริบ เจ๊แป้งพาวเวอร์ผู้รั้งตำแหน่งอีเวนต์เมเนเจอร์ของบริษัทออกมาสลายการชุมนุมบริเวณโต๊ะของพิศนภา

        "หยุดชื่นชมดอกไม้แล้วกลับไปทำงานกันได้แล้วค่ะ"

        ทุกคนแยกย้ายสลายตัวภายในห้าวินาที

        "น้องพริก เช้านี้ลูกค้าโทรมาเลื่อนเวลาบรีฟงานเร็วขึ้น พี่ให้เวลาเราเตรียมตัวสิบนาทีก่อนออกเดินทางกัน"

        "ค่ะ" เธอหยิบข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋า วันนี้ต้องไปรับบรีฟงานถึงสามแห่งและคาดว่าต้องใช้เวลาอยู่กับเจ้แป้งทั้งวัน

        ช่วงเวลาเที่ยง ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานที่มีช่อดอกไม้วางอยู่ พลิกการ์ดขึ้นมาดู มือกุมคางครุ่นคิด ก่อนรอยยิ้มนิด ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก

        หลังรับบรีฟงานครบทั้งสามแห่งและฝ่าการจราจรอันแสนติดขัดจากศูนย์แสดงสินค้ากลับมาได้ ก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม พนักงานส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว เหลือคนที่เคลียร์งานในออฟฟิศอยู่ไม่กี่คน

        ร่างบางเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วชะงัก กุหลาบช่อสวยยังวางอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่แปลกไปคือ 'พวงมาลัย' ที่วางทับบนช่อดอกไม้นั้น

        "พวงมาลัย!? "

        มือเรียวหยิบพวงมาลัยดอกมะลิร้อยดอกรักและมีตุ้มห้อยเป็นกุหลาบขึ้นมาดูด้วยสีหน้างง ๆ

        "น้องพริกยังไม่กลับหรือคะ" เสียงทักจากพิมสิรี หัวหน้าประชาสัมพันธ์สาวซึ่งเดินผ่านโต๊ะเธอพอดี

        "กำลังจะกลับแล้วค่ะ เอ่อ... พี่พิมทราบมั้ยคะ พวงมาลัยนี้ของใคร"

        "ไม่ทราบสิคะ เห็นวางอยู่บนโต๊ะตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ ตอนแรกพี่นึกว่าน้องพริกซื้อมาไหว้พระเสียอีก แต่เอ...ถ้าน้องพริกไม่ได้ซื้อมา แสดงว่ามีคนซื้อมาไหว้น้องพริกสินะคะ ขนาดกุหลาบช่อใหญ่ยังถูกส่งมาให้แต่เช้าเลย"

        พิมสิรีตอบติดตลกแต่แอบประชดเล็กน้อย เธอยังไม่เคยได้รับดอกไม้ช่อใหญ่อย่างนี้เลย 

        "สงสัยมีหนุ่มแอบเอาพวงมาลัยมาให้ ดูสิคะมีทั้งดอกกุหลาบ ดอกรัก ดอกมะลิ"

        "กุหลาบในวันวาเลนไทน์หมายถึงความรัก นี่ยังเบิ้ลด้วยดอกรักอีกนะคะเนี่ย" พีอาร์สาวทำเสียงจุ๊ ๆ ในลำคอ

        "แต่ดอกมะลินี่เขาให้ในวันแม่ไม่ใช่หรือคะ คิดในอีกแง่คนที่ให้มาลัยพวงนี้คงอยากจะสื่อว่ารักและบูชาน้องพริกเหมือนแม่หรือเปล่าคะ"

        เสียงหัวเราะขบขันของพีอาร์สาวทำเอาคนได้รับพวงมาลัยหน้าแดง

        "พี่ล้อเล่น อย่าเคืองกันนะคะ" พิมสิรีรีบออกตัว

        "เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะถามคนอื่นให้ละกันว่ามีใครลืมพวงมาลัยไว้บนโต๊ะน้องพริกหรือเปล่า แต่ตอนนี้พี่ขอตัวกลับก่อนนะคะ"

        ประชาสัมพันธ์สาวออกจากออฟฟิศไปแล้ว พริกแกงถอนใจ ไม่น่าไปถามแม่คนนี้เลย ว่าแล้วก็เก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน กุหลาบแดงช่อใหญ่ดูเก้งก้างขี้เกียจแบกกลับ ขอฝากไว้ที่ทำงานก่อน ส่วนพวงมาลัยพวงนี้

        "คนที่ให้มาลัยพวงนี้คงอยากจะสื่อว่า รักและบูชาน้องพริกเหมือนแม่หรือเปล่าคะ"

        นึกคำพูดของประชาสัมพันธ์สาวก็อดเคืองไม่ได้ อยากรู้นักว่าใครเป็นคนเอามาวาง!? แม้ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ในใจมีผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งแล้ว

        คิดอะไรพิเรนทร์แบบนี้ ต้องเป็นหมอนั่นแน่! 

--------------------------------------------------------------------

        ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ 

        หุ่นกระป๋อง ;)

แชร์นิยายที่คุณรัก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ
หุ่นกระป๋อง
(จำนวนผลงานนิยาย 0 เรื่อง 0 ตอน)

เรื่อง
ประเภทนิยาย
ตอน
จำนวนเข้าชม
อัพเดตล่าสุด

เพิ่มความคิดเห็น

ชื่อ

ยังไม่มีความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกสิ!

คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนโดย VIP ให้นักเขียนเพิ่ม

มอบ VIP ขั้นต่ำ 1 บาท หรือให้มากกว่าตามความสมัครใจ เพื่อเปิดอ่านตอนก่อนใคร 7 วัน

คำเตือน
  • การมอบสินน้ำใจ (VIP) นี้ไม่ได้หมายถึงการซื้อนิยาย แต่เป็นการมอบกำลังใจเท่านั้น
  • นักเขียนยังคงมีสิทธิ์ในการลงนิยายจนจบเรื่อง หรือไม่จบเรื่องก็ได้
  • เนื่องจากการลงจบเรื่องในบางครั้ง อาจมีผลต่อการพิจารณาต้นฉบับในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ อันเป็นรายได้หลัก รวมทั้งความจำเป็นอื่นๆ
  • และการมอบสินน้ำใจนี้ ไม่สามารถนำไปหักส่วนลดได้ หลังจากนักเขียนกดปิดเรื่อง ขายจบเรื่อง

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

        “ฝ่ายเจ้าสาวคนสวยรู้จักเจ้าบ่าวได้ยังไงครับ”

        “เผอิญเขาเดินมาขอเบอร์ค่ะ”

        “โอ้ ฝ่ายเจ้าบ่าวรุกเร็วใช่เล่นนะครับ เจอปุ๊บ ขอเบอร์ปั๊บ!” พิธีกรแซว

        “เอ่อ...เบอร์รองเท้าค่ะ"

โดย : หุ่นกระป๋อง
จำนวน : 13 ตอน


0

เหรียญของฉัน : 0

พริกแกงกับแตงไทย

โดย : หุ่นกระป๋อง